สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่า นายทอมมี พิกอตต์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงการที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) จัดการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวัน ระหว่างวันที่ 29-30 ธ.ค. ที่ผ่านมา ว่า “กิจกรรมทางทหารและถ้อยคำที่รุนแรงของจีนต่อไต้หวัน และประเทศอื่นในภูมิภาค เพิ่มความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น”
รัฐบาลวอชิงตันขอให้รัฐบาลปักกิ่งใช้ความอดกลั้น ยุติการกดดันทางทหารต่อไต้หวัน และหันมาใช้การเจรจา “ที่มีความหมาย” แทน
ขณะเดียวกัน พิกอตต์กล่าวว่า สหรัฐสนับสนุนสันติภาพและความมั่นคงเหนือช่องแคบไต้หวัน และคัดค้านการเปลี่ยนแปลง “สถานะที่เป็นอยู่” โดยฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะด้วยการใช้กำลังหรือการบีบบังคับก็ตาม
— Tommy Pigott (@StateDeputySpox) January 1, 2026
อย่างไรก็ตาม การแสดงแสนยานุภาพของพีแอลเอในครั้งนี้เกิดขึ้น หลังรัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อนุมัติการขายชุดอาวุธมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 346,500 ล้านบาท) ให้แก่ไต้หวัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อตกลงซื้อขายอาวุธระหว่างสองฝ่าย ที่มีมูลค่าสูงที่สุด
สำหรับการซ้อมรบครั้งล่าสุดของพีแอลเอ ถือเป็นการซ้อมรบครั้งใหญ่ครั้งที่ 6 นับตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในเวลานั้น เดินทางเยือนไต้หวันอย่างเป็นทางการ จนสร้างความโกรธเคืองอย่างรุนแรงให้แก่รัฐบาลปักกิ่ง.
เครดิตภาพ : AFP



