เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 นายวันชัย สอนศิริ อดีต สว. กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชน ประกาศชื่อให้นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีต สว. ปี 2567 เตรียมดำรง รมว.การต่างประเทศ หากสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ว่า การประกาศชื่อดังกล่าว ขณะที่นายพิศาล ยังต้องเว้นวรรคทางการเมือง ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติเป็นเวลา 2 ปี นับจากวันพ้นตำแหน่ง ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 11 พ.ค. 2569 นั้น ไม่ถือว่าผิดหรือขัดรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด เพราะนายพิศาลยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวจริง ทั้งนี้หากพิจารณาไทม์ไลน์ของการจัดตั้งรัฐบาล คาดว่ารัฐบาลใหม่จะจัดตั้งได้ระหว่าง เม.ย.-พ.ค. 69 ดังนั้นหากตั้งรัฐบาลหลังจากที่ สว. ปี 2567 พ้นจากการเว้นวรรคแล้วจึงสามารถรับตำแหน่งได้
“การแค่ประกาศขณะนี้ แต่ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆ จึงไม่น่าจะขัดต่อกฎหมายใด และก่อนหน้านั้นที่มี อดีต สว. ประกาศสนับสนุนพรรคการเมือง ขึ้นเวทีสนับสนุนพรรคการเมืองต่างๆ หรือปฏิเสธไม่เอาพรรคการเมืองใด แต่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในพรรค เช่น กรรมการบริหาร หรือสมาชิกพรรค จึงไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับกรณีของ สว.พิศาล ที่ถูกประกาศว่าจะให้ดำรงตำแหน่ง แต่ขณะนี้ไม่ได้ดำรงตำแหน่งจริง และไม่ได้เข้าสังกัดอย่างเป็นทางการ มีเพียงการสนับสนุนแนวทางจึงไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ย่อมเป็นสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยของอดีต สว. ที่จะแสดงการสนับสนุนหรือเชียร์ใครได้” นายวันชัย กล่าว
เมื่อถามว่า มองกลยุทธ์การเมืองของพรรคประชาชนอย่างไรที่ดึงอดีต สว.ที่คณะรัฐประหารแต่งตั้งเข้ามาร่วมงาน ทั้งนี้ก่อนหน้านั้นประกาศจุดยืน “ไม่เอาลุง” นายวันชัย กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องการพิจารณาความรู้ ความสามารถ แม้อดีต สว. ปี 2567 จะมาจากการแต่งตั้งของ คสช. แต่ไม่ได้หมายความว่า อดีต สว.คนนั้นจะเป็นพวกของลุง ทั้งนี้นายพิศาลเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และการทำงานที่ตนเห็นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแนวทางเดียวกันกับ คสช. อีกทั้งเป็นคนที่ไม่ให้ใครมาสั่งได้
“เรื่องกลยุทธ์การเมือง ผมมองว่าพรรคประชาชนต้อนเฟ้นหาคนมีฝีมือทำงาน เพราะหากยึดแต่สมาชิกที่ดูเหมือนว่าเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัย แล้วเข้ามาทำงานบริหารบ้านเมืองเลย อาจจะไปไม่รอดหรือไม่ ดังนั้นการเลือกผู้มีประสบการณ์มาประกอบ จึงต้องการทำให้เห็นว่าครบเครื่อง” นายวันชัย กล่าว
เมื่อถามถึง กรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถอนตัวจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายวันชัย กล่าวว่า คงได้ประเมินแล้วว่าไม่ใช่โอกาสของตนเอง หากเดินต่อไปอาจพบกับความพ่ายแพ้ ดังนั้นความเป็นชายชาติทหารจึงตัดสินใจแขวนนวมวันนี้ ดีกว่าให้ผลการเลือกตั้งตัดสินความพ่ายแพ้ ส่วนที่มีคนมองว่าเหตุที่ พล.อ.ประวิตร ลาออกเพื่อเปิดทางให้พรรคพลังประชารัฐร่วมงานกับพรรคที่เคยถูกรัฐประหารมานั้น ตนมองเรื่องเหล่านั้นได้จางไปหมดแล้ว และพรรคพลังประชารัฐพร้อมร่วมมือเป็นรัฐบาล โดยหลังการเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ ที่มีโอกาสได้ สส. 1-5 คน ไม่สะดวกเป็นฝ่ายค้านแน่นอน ดังนั้นจึงต้องพร้อมร่วมกับพรรคซึ่งไม่เกี่ยวว่าพล.อ.ประวิตร จะอยู่เป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่.



