เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 18 ม.ค. ที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย แสดงวิสัยทัศน์หัวข้อ “นโยบายด้านการศึกษา ยกระดับวิจัย และนวัตกรรมไทย” โดยมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ร่วมรับฟัง
โดยนายยศชนัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าหมายในการวางรากฐานสู่การเป็นประเทศรายได้สูง สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง คือ ทำอย่างไรให้คนทุกระดับรวย และรวยขึ้น ซึ่งความก้าวหน้าต้องการทั้งองค์ความรู้ที่แข็งแกร่ง และสถาบันที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง วันนี้ต้องส่งเสริมนวัตกรรม ส่งเสริมการแข่งขันให้เกิดขึ้น และสร้างความยืดหยุ่นทางสังคม ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์การเติบโตสำหรับโลกยุคใหม่ และพรรคเพื่อไทย มีนโยบายที่กำหนดทิศทางอนาคตของประเทศไทย ผ่านการปรับโครงสร้างการศึกษา ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี โดยเฉพาะการอัพเกรดเครื่องยนต์ที่มีอยู่ สิ่งสำคัญ คือ การสร้างแรงงานใหม่ รายได้ใหม่ การรีสกิล-อัพสกิล การศึกษา และแรงงานในพื้นที่ให้ตอบโจทย์ความต้องการ โดยมีอุตสาหกรรมรองรับจริง และที่สำคัญอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จะเป็นพื้นฐานของทุกอุตสาหกรรมในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นจุดเปลี่ยน จุดปลดล็อกให้กับประเทศไทย
นายยศชนัน กล่าวว่า หลายคนพยายามบอก ว่า วันนี้เราได้นักการเมืองห่วยๆ มาคนหนึ่งชื่อ “ยศชนัน” แต่เสียนักวิจัยที่ดีออกมา ซึ่งต้องบอก ว่า ไม่จริง เด็กนักศึกษา และอาจารย์หลายคนในนี้ เก่งกว่าตนทั้งนั้น สิ่งนี้เองทำให้มองว่าจริงๆ แล้วขาดคนเข้าใจในระดับประเทศ วันนี้เราจะนำผลงานอย่างนี้ออกไปอย่างไร ทำอย่างไรให้ประเทศดีขึ้น รวยขึ้น หรือมีโอกาสใหม่ๆ เกิดขึ้น และจะทำอย่างไรให้อาจารย์รุ่นน้องสามารถไปข้างหน้าได้ วันนี้เมื่อมีโอกาสทำไมจะไม่ทำ ซึ่งตนพยายามเชื่อมต่อตรงนี้ ว่า จิตวิญญาณไม่เคยเปลี่ยน ยังไงจะทำตรงนี้ให้จบ พร้อมย้ำว่า การจะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ต้องทั้งพูดระบบ ตั้งแต่สังคม คน ภาครัฐ รัฐบาล เทคโนโลยีที่ดี ผู้นำที่ดี ไปยืนในเวทีโลกต้องไม่เขินใคร ซึ่งประเทศไทยเปลี่ยนแปลง และเริ่มได้ทันที

ภายหลังการโชว์วิสัยทัศน์ นายยศชนันได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ถามคำถาม โดยช่วงหนึ่งนักศึกษาได้ถามถึงเรื่อง เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันมาตลอด โดยนายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้คนจะโจมตีว่าเอากาสิโนหรือไม่ เรื่องนี้ไม่มีใครเอาอยู่แล้ว ซึ่งเราพยายามพูดมาตลอดว่า อะไรที่เป็นการพนันออนไลน์ เราไม่เอาอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นที่พรรคเพื่อไทยพูดเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามาในไทย ก็มองแต่เรื่องนี้เรื่องเดียว ทั้งที่เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ กาสิโนเป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น ซึ่งกาสิโนก็มีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว แต่เราฟังเสียงประชาชน เมื่อคนบอกว่าไม่สบายใจ แนวโน้มคนไม่เห็นด้วย เราก็ไม่ทำ และไม่ดึงดันที่จะทำด้วย เพราะเราสามารถทำเรื่องอื่นเพื่อดึงเม็ดเงินเข้ามาได้ และหากมองกลับกัน ถ้าวันนี้ไม่มีเม็ดเงินเข้ามา GDP ก็ไม่เดินหน้า
นายยศชนัน กล่าวว่า ดังนั้นต้องมีโปรเจกต์ใหม่เข้ามา เช่น เรื่องของ wellness center ซึ่งหากไม่สบายใจ เราก็ไม่ทำ ตนจึงอยากย้ำว่า เรื่องเทา คอร์รัปชันและการพนัน อย่างไรก็ไม่เอา เพราะตนโดนถามเรื่องนี้มาตลอด ซึ่งก็ไม่แฟร์กับตนเหมือนกัน ว่าทำไมเวลาเห็นหน้าเราแล้วนึกถึงกาสิโน ตนอยู่ในมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด ทำงานสุจริต ทำอาชีพสุจริต ตนรู้ว่าคนที่เป็นข้าราชการ เงินเดือนนิดเดียว เสาร์ อาทิตย์มาทำงาน ทำให้หลายคนบอกว่า ข้าราชการคือปัญหาของประเทศ แต่ตนมองว่าไม่จริง แต่เป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการว่าคนที่มาบริหารจัดการรู้จักคนไทยทุกคนหรือไม่ คนเดือดร้อนอยู่ตรงไหน ดังนั้นต้องฟังเสียงประชาชน หากประชาชนบอกว่าไม่ให้ทำก็ไม่ทำ
นอกจากนี้ นักศึกษายังได้ถามถึงท่าทีของพรรคเพื่อไทย หากได้กลับเข้ามาเป็นรัฐบาลและมีปัญหาชายแดนอีกจะมีท่าทีประนีประนอมเช่นเดิมหรือจะสู้กลับ นายยศชนัน กล่าวว่า ยิงมาก็ยิงกลับ เรื่องที่สำคัญที่สุดคือเรื่องอธิปไตย ถ้าตนจะพูด ตนคุยกับเจ้าหน้าที่ทหาร เขาก็ต้องการรักษาชีวิตลูกน้องเขา ไม่ใช่อยู่ดีๆ วู่วามตอบโต้ได้สัดส่วน อีกอันคือ คนในพื้นที่ต้องปลอดภัย 2 อย่างนี้ต้องดูคนที่ส่งไปรบ ถ้าเป็นไปได้ใช้เทคโนโลยีที่ดี ตนพยายามบอกว่า R&D (Military R&D) ทางทหารดีหรือยัง เราควรจะทำอย่างไร มีหลายวิธีที่เราไม่ต้องส่งทหารไป เราสามารถทำเลยได้หรือไม่ ส่วนหนึ่งการมองภาพจากข้างบน คือมองจากดาวเทียมวางแผนอะไรได้เยอะ แล้ววันนี้ถ้าใครรุกรานต้องรายงาน โดยพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อทำให้ทุกคนรู้ว่าใครรุกมาก่อน

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า เรื่องปัญหากัมพูชาคือเรื่องปัญหาสแกมเมอร์ ซึ่งเราเคยปราบตั้งแต่กัมพูชาไปจนถึงเมียนมา และกลับมากัมพูชาอีก เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับสงคราม เป็นเรื่องที่เราพยายามปราบปรามทุกอย่างทั้งระบบ สแกมเมอร์ก็มาจากทุนเทา เราทำรัฐบาลดิจิทัลก็เรื่องนี้ สงครามจะหมดไปต้องปราบเรื่องนี้ให้ครบ และวิธีปราบคือ ทั่วโลกได้รับผลเสีย เราควรเป็นพี่ใหญ่ เรียกคนอื่นเข้ามาให้หมดช่วยกันปราบ และเมื่อปราบปุ๊บจะทำให้เห็น และจะเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่อยู่ดีๆ ยิงไปยิงมากันอย่างเดียว ทุกอย่างต้องอยู่บนระบบเหตุผล และทุกอย่างต้องรักษาเรื่องอธิปไตย “ผมอาจจะดูใจดี แต่ถ้าต้องลุยผมก็ลุย”
นายยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า รั้วมหาวิทยาลัยคืออิสรภาพทางความคิด อยากให้เชิญมาทุกพรรคด้วยซ้ำ วันนี้นักศึกษาอยากคุยกับเขา สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกคนจะเลือกได้เองว่าวันนี้ประเทศไทยควรเลือกใคร
จากนั้นเวลา 12.00 น. นายยศชนัน และคณะได้เดินหาเสียงที่ตลาดศาลายา ช่วยนายมานพ คำหวาน ผู้สมัคร สส.นครปฐม เขต 5 เบอร์ 4 หาเสียง ได้รับการตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายสินค้า รวมถึงได้แวะทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับ โดยมีการมอบดอกไม้และพวงมาลัยดาวเรือง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก




