เมื่อคุณเริ่มมีไข้ ควรเลือกแต่งกายแบบไหน?
A: ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ห่มผ้าห่มผืนใหญ่เพื่อให้เหงื่อออกเยอะๆ ไข้จะได้ลด
B: ใส่เสื้อผ้าบางๆ เพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนได้สะดวก
คำตอบที่ถูกต้องคือ: “ต้องดูว่าคุณอยู่ในระยะไหนของไข้” แต่โดยส่วนใหญ่เมื่อถึงจุดที่ตัวร้อนแล้ว ข้อ B คือคำตอบที่ถูกต้อง
ไข้มี 2 ระยะ ซึ่งเราต้องสวมเสื้อผ้าที่แตกต่างกัน
ดร.ฮิโรอากิ ฮายาชิ นายแพทย์ชาวญี่ปุ่น อธิบายว่ากลไกการเกิดไข้ของร่างกาย มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่แตกต่างกัน และการแต่งกายต้องปรับตาม “ความรู้สึก” ณ เวลานั้น
ระยะที่ 1 ช่วง “หนาวสั่น” (อุณหภูมิขาขึ้น)
ในระยะนี้ร่างกายกำลังเร่งสร้างความร้อนเพื่อสู้กับเชื้อโรค คุณจะรู้สึกหนาวเข้ากระดูกและสั่นสะท้าน
สิ่งที่ควรทำคือ สวมเสื้อผ้าหนาๆ ให้ร่างกายอบอุ่น เพื่อช่วยให้ร่างกายถึงอุณหภูมิเป้าหมายเร็วขึ้นโดยไม่ต้องใช้พลังงานจากการสั่นมากเกินไป (การสั่นทำให้หัวใจเต้นเร็ว และเหนื่อยหอบ)
ระยะที่ 2 ช่วง “ตัวร้อน/เริ่มมีเหงื่อ” (อุณหภูมิถึงจุดพีคและกำลังลดลง)
เมื่ออุณหภูมิถึงจุดที่ร่างกายต้องการแล้ว ร่างกายจะเริ่มกระบวนการลดไข้โดยธรรมชาติ ด้วยการ “ระบายความร้อน” ผ่านเหงื่อ และหลอดเลือดที่ขยายตัว
สิ่งที่ควรทำคือ สวมเสื้อผ้าบางๆ ระบายอากาศได้ดี
คำเตือนจากคุณหมอ: หากคุณยังฝืนใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรือห่มผ้าหนาๆ ในระยะนี้ ความร้อนจะถูกกักเก็บ ร่างกายจะระบายความร้อนไม่ได้ ส่งผลให้อุณหภูมิยิ่งสูงขึ้น ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป จนเสี่ยงต่อ “ภาวะขาดน้ำ”
หากคุณสับสนว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อไหร่ ให้ใช้เกณฑ์นี้
1. ถ้ายังหนาวสะท้านและไม่มีเหงื่อ ให้ห่มผ้าและใส่เสื้อหนาๆ
2. ถ้าเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบและเริ่มมีเหงื่อ ให้ถอดเสื้อหนาๆ ออกทันที เปลี่ยนเป็นชุดที่บาง และ “ดื่มน้ำให้เพียงพอ” เพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไป
บทสรุปจากคุณหมอ “อย่าฝืนธรรมชาติของร่างกาย”
ความเชื่อที่ว่าต้องรีดเหงื่อออกมาให้หมด อาจใช้ได้ในบางกรณีของการบรรเทาความหนาว แต่สำหรับการลดไข้อย่างปลอดภัย การปล่อยให้ร่างกายระบายความร้อนได้เองตามธรรมชาติในระยะที่ตัวร้อน คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และช่วยประหยัดพลังงานของร่างกายในการฟื้นตัวได้ดีที่สุด
ที่มาและภาพ : Grape JP, freepik



