น.ส.วัชรี วรรณศรี ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เตรียมเดินหน้าขยายตลาดผลิตภัณฑ์นมไทย–เดนมาร์คสู่ประเทศอินโดนีเซีย ภายหลังได้รับผลการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการจากทางการอินโดนีเซีย โดยวางแนวทางดำเนินงานสำคัญ 4 ด้าน เพื่อให้การส่งออกสินค้าเป็นไปตามกฎหมายและสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้
ขั้นตอนแรกคือการตรวจสอบสิทธิการใช้เครื่องหมายการค้า “ไทย–เดนมาร์ค” ในประเทศอินโดนีเซีย พร้อมดำเนินการจดทะเบียนคุ้มครองเครื่องหมายการค้าตามกฎหมายของประเทศปลายทาง เพื่อป้องกันปัญหาด้านสิทธิทางการค้าในอนาคต หากพบว่ามีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้ก่อน หรือมีความคล้ายคลึงกัน อ.ส.ค. อาจต้องพิจารณาปรับชื่อหรือออกแบบตราสินค้าใหม่ให้เหมาะสมก่อนเข้าสู่ตลาด
นอกจากนี้ อ.ส.ค. จะเร่งคัดเลือกและแต่งตั้งผู้นำเข้าที่มีศักยภาพและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายของอินโดนีเซีย เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการนำเข้าและกระจายสินค้าในประเทศในส่วนของกระบวนการด้านกฎระเบียบ ผู้นำเข้าจะเป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตจากสำนักงานอาหารและยาของอินโดนีเซีย (BPOM) การขอรับรองมาตรฐานฮาลาล การจัดทำฉลากสินค้า รวมถึงการขอใบอนุญาตนำเข้า โดย อ.ส.ค. จะสนับสนุนข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การแข่งขันด้านราคา เนื่องจากผลิตภัณฑ์นมไทย–เดนมาร์คใช้น้ำนมโคสดเป็นวัตถุดิบหลัก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงกว่าผลิตภัณฑ์บางประเภทในตลาดอินโดนีเซีย จึงจำเป็นต้องกำหนดกลยุทธ์ด้านราคา ขนาดบรรจุ และตำแหน่งทางการตลาดให้เหมาะสม
ทั้งนี้ ตลาดอินโดนีเซียมีความต้องการผลิตภัณฑ์ขนาดบรรจุ 110 มิลลิลิตร ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดด้านสายการผลิตของ อ.ส.ค. และอาจส่งผลให้การผลิตสินค้าในล็อตแรกต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวและเตรียมความพร้อมมากขึ้น การรุกตลาดอินโดนีเซียในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ อ.ส.ค. ในการขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์นมไทยสู่ประชาคมอาเซียน เพิ่มโอกาสทางการค้า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมโคนมไทย ตลอดจนช่วยยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของประเทศในระยะยาว


