เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่กาดเช้าเมืองง้าวเงิน อ.งาว จ.ลำปาง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และน.ส.สุวิภา กุศลจูง ผู้สมัคร สส.เขต 2 พรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียงในช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดยมีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในตลาดเข้ามาขอถ่ายรูป และมอบช่อดอกไม้สีส้มเป็นกำลังใจให้นายณัฐพงษ์ ซึ่งนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้สู้ไปด้วยกัน รวมถึงได้ชี้แจงข้อสงสัยต่อพรรคประชาชนที่ชาวบ้านมาถาม โดยช่วงหนึ่งมีชาวบ้านวิ่งมาขอจับมือพร้อมกล่าวว่า “ขอจับมือหน่อยนะคะท่านนายกฯ”

ก่อนที่นายณัฐพงษ์ จะเดินทางต่อมายังลานอเนกประสงค์วัดป่ากล้วย อ.เมือง เพื่อช่วยนายชลธานี เชื้อน้อย ผู้สมัคร สส.ลำปาง เขต 3 หาเสียงและปราศรัยย่อยให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคกล้าธรรมอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการปราศรัย พ่อและแม่ของนายชลธานี มาร่วมฟังการปราศรัยของพรรคประชาชนด้วย ขณะเดียวกันก็มีข้อมูลว่าในการปราศรัยย่อยของพรรคประชาชนในวันนี้ ถูกการเมืองในพื้นที่สกัดไม่ให้ประชาชนร่วมฟังการปราศรัย

นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า น.ส.ทัศนีย์ เล่าให้ฟังว่าเมื่อวานได้ไปเขต 4 ของนายบอนด์ สุริยะ และเล่าให้สมาชิกฟังว่าเราไม่ได้กลัวเรื่องกระบวนการนิติสงครามและการตัดสิทธิทางการเมือง เพราะเรามีผู้สมัคร สส. ทุกคนที่เป็นคนธรรมดามาทำงานการเมือง มองซ้ายมองขวามองหน้ามองหลัง มีเพื่อนร่วมพรรคทุกคนที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเลยว่า ที่ผ่านมาตัดหัวธนาธร พิธา ณัฐพงษ์แล้ว กระบวนการที่สร้างการเปลี่ยนแปลงมาด้วยกันจะหยุดลง รู้ดีว่าทุกคนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น แต่อยากมาเติมพลังให้แก่กัน อย่าไปคิดว่าข้างหน้าเลือกแล้วจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ได้เป็นรัฐบาล เลือกแล้วก็หาคดีมาเล่นงานอีก จะเล่นงานพวกเราอีกสักกี่ครั้ง ตัดหัวแกนนำอีกสักกี่คน กระบวนการเราเติบโตมากขึ้นทุกวัน ตราบใดที่พวกเรายังมีหวังและเชื่อในกันและกัน การเลือกตั้งทุกครั้งเราออกไปเลือกตั้งเพื่อการเปลี่ยนแปลง ไม่มีวันที่เขาจะทุบทำร้ายพวกเราได้

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ที่ใช้คำว่า “กาเพื่อการเปลี่ยนแปลง” เพราะตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ที่ตนเองสมัคร สส.เขต นึกภาพไม่ออกว่าจะมีใครสักกี่คนในเขตที่รู้จักมาก่อนหน้านี้ เดินหาเสียงเยอะน้ำหนักลดไป 10 กก. แต่คนส่วนใหญ่ก็กาให้กับพรรคอนาคตใหม่ เพราะต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง เพราะทลายกรอบความเป็นไปได้ทั้งหมด หลายคนประเมินว่าจะได้ สส. ต่ำสุด สุดท้ายก็เป็นไปได้ เช่นเดียวกับพรรคก้าวไกลที่กาเพื่อการเปลี่ยนแปลงจนมาเป็นพรรคอันดับ 1 ครั้งนี้ ก็บอกว่าเลือกไปได้ที่ 1 ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล เดี๋ยวก็มีคดี 44 สส. จึงขอให้ทุกคนช่วยพิสูจน์ลบคำสบประมาทก่อนแล้วเราจะได้เป็นรัฐบาล

“แม้ผมจะเป็นแกนนำรุ่นที่ 3 แต่ก็มีบุคลิกที่แตกต่าง หลายคนอาจจะบอกว่าพี่เท้งกระแสไม่มา พูดแล้วดูไม่ค่อยมีเสน่ห์เหมือนพี่ทิม ผมยอมรับบางมุมอาจจะมีเสน่ห์ไม่เท่าพี่ทิม แต่หัวหน้าคนนี้น่ารักหรือไม่น่ารัก บางมุมก็น่ารักกว่าพี่ทิม” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ความหมายของโลโก้พรรครูปสามเหลี่ยมหัวกลับ ที่ผ่านมาสังคมเราเป็นสังคมคนจนอยู่ข้างล่างฐานสามเหลี่ยม คนกลุ่มน้อยอยู่ข้างบนยอดสามเหลี่ยม ไม่ว่าจะเป็นคนรวย นักการเมือง หรือผู้มีอำนาจ ที่ผ่านมาเขาไม่ค่อยสนใจคนฐานกว้างข้างล่าง  ขีดเส้นแนวตั้งแบ่งสังคมเป็นซ้ายกับขวา เพื่อปกครองพวกเราได้ง่าย แต่ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ เราคิดใหม่ เราเชื่อว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน เราต้องกลับสามเหลี่ยมเอาประชาชนไปอยู่ข้างบน เอาคนที่มีอำนาจมาอยู่ข้างล่าง เพื่อจะมารับใช้ประชาชนและตัดเส้นแบ่งใหม่ จากซ้ายกับขวาเป็นการตัดแนวนอน เอาประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ 99% ไว้ข้างบน และคนส่วนน้อยอยู่ข้างล่าง

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นโยบายส่วนใหญ่ของพรรคประชาชนทั้งค่าไฟถูกลง เป็นการตัดเส้นระหว่าง 1 กับ 99 ประชาชนจะได้ประโยชน์หากรัฐบาลกล้าเข้าไปท้าชนกับกลุ่มพลังงาน หากรัฐบาลเข้าสู่อำนาจและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกลุ่มทุนพลังงาน เอาประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง ก็จะสามารถเข้าไปแก้ปัญหาสัญญาสัมปทานโรงไฟฟ้า ทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลง 25 สตางค์ต่อหน่วย นอกจากนี้ยังมีนโยบายเลิกบังคับเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นการสมัครใจ ใครที่อยากเป็นทหารก็ไปเป็นทหารอาสาทำด้วยใจไม่ต้องบังคับ ใครที่ไม่อยากเป็นทหารก็มาตอบแทนสังคมหาเลี้ยงดูพ่อเฒ่าแม่แก่และครอบครัว ขณะที่การตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชัน เครนถล่มกี่ครั้งก็ถล่มไป ตึก สตง. ก็ยังไม่มีคนรับผิด ล่าสุดเงินกองทุนประกันสังคม เอาเงินที่เราจ่ายสมทบทุกเดือนไปจ่ายโรงอาหาร 12 ล้านบาท ทำปฏิทิน และซื้อตึกแพงเกินจริง แต่นโยบายของพรรคประชาชน จะนำงบประมาณไปบริหารเพื่อคนส่วนใหญ่และดึงออกจากราชการ

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่วิธีการทำงานของพรรคประชาชน 200 นโยบาย เรากล้าการันตีว่าใช้หลักคิดเอาผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของคนเป็นตัวตั้ง รับประกันได้ว่า ที่มาการเข้าสู่อำนาจของเราคือต้องมาจากเสียงส่วนใหญ่ จึงเป็นที่มาที่เอาคนธรรมดามาเป็นนักการเมือง และคนที่มาร่วมกับเราต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับนายทุนและนายใหญ่ ซึ่งเป็นจุดยืนที่มั่นคงของพรรคประชาชนตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ตนเองอยากบอกว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. นี้ เป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่ชาวลำปางจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้อีกหนึ่งครั้ง การเลือกตั้ง ปี 2566 ที่นี่เป็นจังหวัดตัวอย่างที่สร้างการเปลี่ยนแปลง เราล้มบ้านใหญ่เกินครึ่งหนึ่งของจังหวัดได้ 3 ใน 4 เขต ครั้งนี้เขตนี้ขอให้ตรึงพื้นที่แน่นหนากว่าเดิม ขอคะแนนบัญชีรายชื่อให้มากกว่าเดิม บอกต่อกันทั้งจังหวัด พรรคประชาชนขอทั้ง 4 เขตได้หรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกคนเชื่อการเปลี่ยนแปลงว่าตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน ขอสองใบแบ่งครึ่งใจไม่ได้ ขอให้สัญญาหากลำปางได้ทั้ง 4 เขต หากเป็นรัฐบาลประชาชนได้ พวกเราจะไม่ตระบัดสัตย์และไม่ทรยศต่อประชาชน จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เข้าไปมีอำนาจแล้วเราพร้อมชนกับทุกคนที่เอาประโยชน์ส่วนน้อยเป็นตัวตั้ง เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับพ่อแม่ประชาชน นี่คือคำมั่นสัญญาจากหัวหน้าพรรค จากนายกฯ ในอนาคต ถ้าคนลำปางให้ความไว้วางใจ นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกคนเชื่อการเปลี่ยนแปลงว่าตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน ขอสองใบแบ่งครึ่งใจไม่ได้ ขอให้สัญญาหากลำปางได้ทั้ง 4 เขต หากเป็นรัฐบาลประชาชนได้ พวกเราจะไม่ตระบัดสัตย์และไม่ทรยศต่อประชาชน จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เข้าไปมีอำนาจแล้วเราพร้อมชนกับทุกคนที่เอาประโยชน์ส่วนน้อยเป็นตัวตั้ง เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับพ่อแม่ประชาชน นี่คือคำมั่นสัญญาจากหัวหน้าพรรค จากนายกฯ ในอนาคต ถ้าคนลำปางให้ความไว้วางใจ