ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เข้าร่วมงาน เนเชอร์ลันช์ แอท ดาวอส 2026:แวร์ เนเชอร์ มีตส์ ลีดเดอร์ชิป ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ฯ ซึ่งเป็นเวทีระดับสูงในวงจำกัดที่รวบรวมผู้มีบทบาทตัดสินใจจากภาคธุรกิจ การเงิน นักลงทุน นักวิทยาศาสตร์ และภาคสังคม กว่า 120 คน เพื่อเร่งการขับเคลื่อนธุรกิจ การเงิน และนโยบายที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ ในปี 69 

ทั้งนี้ได้นำเสนอการทำงานของ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ซึ่งเป็นตัวอย่างการพัฒนาที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐาน หรือเนเชอร์เบสด์ดีเวลอปเมนต์ ในพื้นที่จริงอย่างต่อเนื่องร่วม 4 ทศวรรษ ตั้งแต่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคนควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศ การพัฒนาฐานข้อมูลพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง จนถึงการพัฒนาโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตจากป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันได้ขยายผลจากพื้นที่ดอยตุงสู่ 12 จังหวัดทั่วประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกว่า 160,000 คน 

“แนวทางการพัฒนาฯ ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน ในฐานะกรณีศึกษาที่สามารถเชื่อมโยงการอนุรักษ์ธรรมชาติกับเศรษฐกิจและการพัฒนาชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในงานยังมีเวทีเสวนา การมอบรางวัล รวมทั้งกิจกรรมสร้างเครือข่าย เพื่อผลักดันแนวทางการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ สู่การดำเนินงานจริง ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างงานได้ถึง 395 ล้านตำแหน่ง และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 พร้อมยกระดับบทบาทของธรรมชาติจากต้นทุนที่มองไม่เห็น สู่ ทุนสำคัญของเศรษฐกิจโลก” 

ม.ล.ดิศปนัดดา กล่าวว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในฐานะองค์กรจากภูมิภาคเอเชียที่สามารถนำบทเรียนการพัฒนาพื้นที่จริงไปเชื่อมโยงกับเวทีนโยบายและเศรษฐกิจโลก พร้อมตอกย้ำความสำคัญของเวที เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัมในการทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมโยงผู้นำจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่เคารพขีดจำกัดของธรรมชาติและมุ่งสู่ความยั่งยืนในระยะยาว.