สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ว่ามีรายงานว่า ชาวเกาหลีเชื้อสายญี่ปุ่นและคู่สมรสชาวญี่ปุ่นมากกว่า 90,000 คน อพยพไปยังเกาหลีเหนือระหว่างปี 2502-2527 โดยถูกดึงดูดด้วยคำกล่าวอ้างที่ว่า “เกาหลีเหนือเป็นสวรรค์” ภายใต้โครงการส่งตัวกลับประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้ถูกยกเลิกไปแล้ว

เหยื่อของโครงการดังกล่าวระบุในคำร้องเรียนเมื่อปี 2561 ว่า พวกเขาถูกปฏิเสธสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และรวมถึงปัจจัยยังชีพขั้นต่ำภายใต้โครงการนี้ แม้จะมีการรับรองว่า พวกเขาจะได้รับการศึกษาและยาฟรีก็ตาม

เมื่อวันจันทร์ (26 ม.ค.) ศาลแขวงกรุงโตเกียวตัดสินว่าโจทก์ทั้ง 4 คน ถูกรัฐบาลเปียงยาง “พรากชีวิตไปเกือบทั้งหมด” และแต่ละคนสมควรได้รับค่าชดเชยอย่างน้อย 20 ล้านเยน (ราว 4 ล้านบาท)

นางเอโกะ คาวาซากิ เหยื่อวัย 83 ปี กล่าวว่า เธอรู้สึกท่วมท้นกับคำตัดสินนี้ เนื่องจากเธอเดินทางไปเกาหลีเหนือตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เมื่อปี 2503 และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น 43 ปี ก่อนหลบหนีออกมา

ก่อนหน้านั้น เมื่อปี 2565 ศาลแขวงกรุงโตเกียวยกฟ้องคดีนี้ในเบื้องต้น โดยวินิจฉัยว่า ศาลญี่ปุ่นไม่มีอำนาจพิจารณาคดีเกี่ยวกับการกักขังผู้ฟ้องร้องรัฐบาลเกาหลีเหนือ แต่คำตัดสินนี้ถูกพลิกกลับในอีกหนึ่งปีต่อมาโดยศาลอุทธรณ์ และส่งคดีกลับไปยังศาลแขวงเพื่อพิจารณาใหม่

อนึ่ง โครงการ “สวรรค์บนดิน” ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นในขณะนั้น โดยสื่อต่าง ๆ ยกย่องว่า เป็นโครงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสำหรับชาวเกาหลี ที่ดิ้นรนมาสร้างชีวิตในญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ (เอชอาร์ดับเบิลยู) เชื่อว่า การบังคับให้เกาหลีเหนือชดใช้นั้น “แทบจะเป็นไปไม่ได้” ขณะที่หัวหน้าทีมทนายความของคดี ระบุว่า ทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ การยึดทรัพย์สินและที่ดินของเกาหลีเหนือในญี่ปุ่น.

เครดิตภาพ : AFP