เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 29 ม.ค. 2569 ที่โรงเรียนศรีบุญเรืองวิทยาคาร อําเภอศรีบุญเรือง และตลาด บขส. อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู พรรคกล้าธรรม (กธ.) จัด 2 เวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ขึ้นเวทีนำทีมช่วยผู้สมัคร สส.ของพรรคในพื้นที่ ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 9 นายชยานันท์ เคตุเมฆ, เขตเลือกตั้งที่ 2 หมายเลข 7 นายไชยา พรหมา และเขตเลือกตั้งที่ 3 หมายเลข 2 นายพรรณรงค์ นิลนะมะ

โดยนายไชยา กล่าวว่า การเปิดเวทีในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการหาเสียง แต่เป็นการเปิดใจให้พี่น้องได้รับรู้ว่า พรรคกล้าธรรมและตนเอง พร้อมทำงานรับใช้ประชาชนอีกครั้ง ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ที่ตนเองทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ได้ยึดมั่นในความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบต่อประชาชนเสมอ สิ่งใดที่ทำได้ ก็ทำอย่างเต็มที่ สิ่งใดที่ทำไม่ได้ ตนเองได้อธิบายเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นหลักการที่ยึดถือมาตลอด

นายไชยา กล่าวว่า สำหรับสาหตุที่ ตนตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางทางการเมือง หรือการย้ายมาร่วมกับพรรคกล้าธรรม ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนเองได้ต่อสู้และผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเต็มกำลัง แต่บริบททางการเมือง ทำให้การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างที่ตั้งใจ

”ผมเคยได้รับโอกาสทำหน้าที่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 7 เดือน แต่ได้ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ลงพื้นที่แก้ปัญหาให้เกษตรกรแทบทุกวัน อย่างไรก็ตาม กลับถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนถึงเหตุผล จนถึงวันนี้ ผมยังคงถามตัวเองอยู่เสมอว่า ผมทำผิดอะไร ซึ่งเหตุการณ์นั้นสร้างความเจ็บปวดและผิดหวังอย่างมาก แต่ผมไม่เคยหมดศรัทธาในการทำงานเพื่อประชาชน วันนี้จึงอยากขอโอกาสประชาชนชาวหนองบัวลำภูอีกครั้ง“ นายไชยา กล่าว
ทางด้าน ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า นโยบายของพรรคกล้าธรรม นั้น มุ่งเน้นทั้งการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน การเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร รวมถึงการแก้ปัญหาอ้อย การลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร การจัดโซนรับซื้ออ้อย และการบริหารจัดการน้ำ พร้อมเน้นย้ำว่า พรรคกล้าธรรมไม่เหมือนพรรคอื่น ไม่ชอบพูด แต่ทำมากกว่าพูด

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นายไชยาเปรียบเสมือนพี่ชายของตน ซึ่งเคยทำงานร่วมกันในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นผลงานชัดเจน ทั้งการปราบปรามหมูเถื่อน การลักลอบนำเข้าสินค้าเถื่อนหลายประเภท เป็นผลงานที่ประจักษ์ชัด สร้างผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรม อีกทั้ง ขณะที่นายไชยาเข้าสู่ตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร สส. ต่างยอมรับ และดำรงตำแหน่งอย่างสง่างาม ควบคุมการประชุมได้ราบรื่นทุกครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นายไชยาเป็นคนที่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ บางช่วงบางตอนของการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวว่า ชีวิตการเมืองของตนเองนั้น เริ่มจากพรรคไทยรักไทย ต่อมาพลังประชาชน และเพื่อไทย ผมไม่เคยบอกว่าบ้านเดิมไม่ดี แต่ปัญหาคือมีก๊ก มีเหล่า ใครอยู่ก๊กดี มีหัวหน้าดี ก็เติบโตโดยไม่ดูฝีมือ ตนเองจึงจำเป็นต้องออกมาสร้างบ้านหลังใหม่ เพื่อบ้านเมือง และสาเหตุที่ชวนนายไชยามาร่วมพรรค เพราะเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีผลงานชัดเจน

“วันนี้พี่น้องหลายคนมาอยู่บ้านหลังนี้ ไม่ใช่งูเห่า แต่เป็นคนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน วันนี้จึงมาขอพี่น้องชาวหนองบัวลำภู เขต 2 อนุญาตให้พี่ไชยาเข้าสู่สภาอีกครั้ง ในนามพรรคกล้าธรรม และผมยืนยันว่า พี่ไชยาคือรัฐมนตรีในอนาคต เพื่อทำงานให้บ้านให้เมือง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศการเมือง จ.หนองบัวลำภูคล้ายบ้านเกิดที่ จ.พะเยา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทางการเมืองของตน โดยใช้แนวทางสร้างฐานจากการเมืองท้องถิ่นเป็นหลัก พร้อมระบุว่า ในการเลือกตั้งนายก อบจ. ปีที่ผ่านมา ตนและนายไชยาได้ร่วมสนับสนุนนางศรัณยา สุวรรณพรหม ที่ชนะอย่างท่วมท้น โดยมั่นใจว่า ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง พรรคกล้าธรรม จะสามารถ ปักธง ได้เช่นเดียวกับพะเยา ซึ่งแนวทางพรรคกล้าธรรม เราเป็นพรรคที่ลงมือทำจริง นโยบายหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาราคาพืชผล การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ปรับโครงสร้างหนี้ครูและเกษตรกร รวมถึงจัดการที่ดินเถื่อนและสินค้าเถื่อน

“ประชาชนหนองบัวลำภูกว่า ร้อยละ 99 เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร นโยบายหลักของพรรคจึงมุ่งด้านเกษตรเป็นสำคัญ และยืนยันด้วยความมั่นใจว่า ผมไม่กังวลในพื้นที่นี้ มั่นใจพอ ๆ กับจังหวัดพะเยา บ้านของผมเอง”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
สำหรับการหาเสียงในกรุงเทพฯ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ในสัปดาห์หน้า ตนจะเริ่มลงพื้นที่ร่วมกับนางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมฝ่ายสังคม โดยตนคุ้นเคยกับหลายชุมชนในกรุงเทพฯ เช่น คลองเตย ลาดพร้าว และดินแดง ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของตนด้วย.



