เมื่อวันที่ 30 ม.ค. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ตนตัดสินใจก้าวลงสู่สนามการเมือง มีกัลยาณมิตรที่ตนเคารพหลายท่านมีความห่วงใยว่าประเทศไทยอาจกำลังเสียนักวิทยาศาสตร์ดีๆ ไปหนึ่งคน เพื่อแลกกับนักการเมืองเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ซึ่งตนรับฟังทุกถ้อยคำ ทุกความห่วงใย ด้วยไมตรีและน้อมรับในความปรารถนาดี แต่ตนขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายถึงเจตนารมณ์จากใจว่า จิตวิญญาณความเป็นนักวิทยาศาสตร์ในตัวผม ไม่เคยจางหายไปไหน

นายยศชนัน ระบุอีกว่า กลับกัน มันคือเข็มทิศที่ตนใช้เดินหน้า เพราะตนเชื่อในข้อมูล เชื่อในการตั้งคำถามและค้นคว้า ที่สำคัญที่สุดตนเชื่อว่าเมื่อข้อเท็จจริงใหม่ๆ ปรากฏ เราต้องยืดหยุ่นและกล้าปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการตั้งโจทย์ของเรา โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งอุดมการณ์ ทุกคนทราบดีใช่หรือไม่ ว่าวิกฤติของประเทศเราวันนี้ ซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ไขด้วย “ความรู้สึก” หรือ “วาทกรรม” ทางรอดเดียวของเราคือการยืนอยู่บนหลักทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้เรามั่นคงไม่หลงทาง

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ทั้งชีวิตในการเป็นอาจารย์ นักวิจัย และผู้บริหารมหาวิทยาลัย ตนได้เห็น “เพชร” ที่ซ่อนอยู่ในตัวคนไทยมากมาย เรามีบุคลากรที่มีศักยภาพระดับโลก มีงานวิจัยดีๆ มากมายที่พร้อมจะพลิกฟื้นชีวิตผู้คน แต่สิ่งที่เราไม่มีคือเราขาดสะพาน การจะนำของดีจากห้องแล็บไปให้ถึงมือเกษตรกร ถึงโรงงาน ถึงโรงเรียน และถึงปากท้องของพี่น้องประชาชนต้องมีสะพาน นักวิจัยทุกคนทราบดีว่า กว่าจะได้นวัตกรรมสักชิ้น เราต้องฝ่าฟันอุปสรรคทั้งเรื่องทุนและระบบราชการ จนสุดท้ายผลงานเหล่านั้นอาจได้รับเพียงรางวัลการวิจัย แล้วก็ไม่ได้นำมาประยุกต์ใช้จริง

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ดังนั้น การเมืองสำหรับตนไม่ใช่การทิ้งหลักการวิทยาศาสตร์ แต่คือการสร้างสะพานที่จะพาความรู้ข้ามกำแพงอุปสรรค เปลี่ยนทฤษฎีให้กลายเป็นนโยบายที่ทำได้จริง เปลี่ยนความทุกข์ยากของคนไทยให้เป็นรอยยิ้ม โจทย์ของประเทศไทยวันนี้ยากและท้าทายเกินกว่าคนๆ เดียวจะแก้ได้ ไม่มีใครเก่งไปทุกเรื่อง และไม่มีฮีโร่คนไหนทำสำเร็จได้โดยลำพัง ปัญหาต้องอาศัยการประสานพลังจากความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย ความแตกต่างทางความคิดไม่ใช่อุปสรรค แต่คือกลไกหนึ่งที่ทำให้เรารอบคอบมากยิ่งขึ้น

นายยศชนัน ระบุด้วยว่า วันนี้ตนและพรรคเพื่อไทยไม่ได้มองเห็นแค่ปัญหา แต่เรามองเห็นทางที่เราจะพาประเทศไปข้างหน้า เราพร้อมเป็นสะพานเพื่อเชื่อม และดึงศักยภาพของคนไทยทุกภาคส่วนมาช่วยกันพาประเทศให้ก้าวพ้นความทุกข์ยาก ไม่ว่าท่านจะมีอาชีพใด สถานะใด เราจะสร้างสะพานแห่งความหวังร่วมกัน มาร่วมกันเป็นทีมประเทศไทย เปลี่ยนความรู้ให้เป็นความกินดีอยู่ดี เปลี่ยนความหวังให้เป็นความจริง ขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่าน