เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 1 ก.พ. 69 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8) และ นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค ลงพื้นที่ตลาดเสาร์อาทิตย์ พัฒนาการคูขวาง เทศบาลนครนครศรีธรรมราช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ขึ้นรถแห่และเดินพบปะพี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราช เพื่อแนะนำนโยบายและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์)
โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น ทีมพรรครักชาติขึ้นรถแห่แนะนำตัว พร้อมเปิดเพลง “รักชาติ 35” ที่ดัดแปลงมาจากเพลง “เชฟบ๊ะ” สร้างความสนุกสนานคึกคักได้ตลอดเส้นทาง
ขณะเดียวกันมีเด็กชายฝาแฝด “น้องไข่ตุ๋น น้องไข่ต้ม” ซึ่งเคยถ่ายรูปกับพี่โอ๋ ชัยวุฒิ เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรี DE และจำได้ จึงเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยอีกครั้ง หลังจากนั้นนายชัยวุฒิ ได้พาทีมพรรครักชาติ เดินทางไปยังศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ประกอบพิธีบวงสรวง เพื่อเสริมสิริมงคล ให้ราบรื่น ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้นายชัยวุฒิ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ว่า อยากตั้งคำถามไปยังพรรคการเมืองที่มักนำเสนอแนวคิดหรือขายฝันให้กับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะพรรคที่คนรุ่นใหม่ติดตามและชื่นชอบ ว่าจะมีแนวทางปลูกฝังค่านิยมเรื่องความรักชาติ รักบ้านเมือง และความเสียสละเพื่อผืนแผ่นดินให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร พร้อมชวนให้ทุกพรรคช่วยกัน เพราะมองว่าคนรุ่นใหม่เหล่านี้ในอนาคตต้องเติบโตขึ้นมาเป็นคนไทยที่ร่วมดูแลชาติบ้านเมือง และการปลูกฝังค่านิยมรักชาติเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองทุกพรรค


นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ความภาคภูมิใจในความเป็นไทยยังไม่เกิดขึ้นอย่างที่ควร แต่กลับมีการไปด้อยค่าหรือทำให้สิ่งเหล่านี้ถูกมองในทางลบ ทั้งที่ความภาคภูมิใจในความเป็นไทยเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องปลูกฝังในจิตสำนึกและความคิดของคนไทย เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย และให้ความรักชาติเป็นสิ่งที่มีอยู่ในหัวใจ พร้อมระบุว่า กลุ่มที่ตนเรียกว่า “ด้อม” “ไอโอ” และ “อินฟลูเอนเซอร์” ควรหยุดการกระทำลักษณะดังกล่าว

นายชัยวุฒิ ยังยกกรณีที่มีการโจมตี นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ จากกิจกรรมรำดาบบวงสรวงวีรชนชาวบ้านบางระจัน ที่ จ.สิงห์บุรี โดยเห็นว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เพราะแทนที่จะชื่นชม กลับถูกโจมตี ทั้งที่ควรถูกมองว่าเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทย และเป็นการบวงสรวงเพื่อรำลึกถึงดวงวิญญาณของวีรชนที่เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นตัวอย่างของความรักชาติที่ตนอยากให้ทุกคนมีอยู่ในหัวใจ แต่เมื่อถูกโจมตีด้วยการกล่าวหาว่าไม่ดีในด้านต่าง ๆ ย่อมนำไปสู่การสร้างความเกลียดชัง สร้างความแตกแยกในสังคมไทย และสร้างการแบ่งฝ่าย โดยเฉพาะความแบ่งแยกระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า ซึ่งมองว่าไม่ควรเกิดขึ้น

หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวถึงประเด็นด้านความมั่นคงว่า หากเกิดสงครามหรือเกิดปัญหาขึ้นจริง ใครจะออกมาช่วยปกป้องผืนแผ่นดินไทย และใครจะออกมาดูแลชาติบ้านเมือง โดยมองว่าก็ต้องเป็นประชาชนทุกคน จึงเห็นว่าจำเป็นต้องสร้างความรู้สึกรักชาติให้เกิดขึ้น ซึ่งกลุ่มด้อม ไอโอ และอินฟลูเอนเซอร์ ควรทำความเข้าใจและช่วยกันสร้างความรู้สึกรักชาติในหัวใจคนไทยทุกคน ไม่ใช่ไปสร้างความแตกแยกทางการเมือง

นายชัยวุฒิ กล่าวเสริมอีกด้วยว่า ต้องมองภาพให้ชัด หากเกิดสงครามขึ้นจริง ประเทศจะเผชิญปัญหาและประชาชนอยู่ไม่ได้ พร้อมยกตัวอย่างสถานการณ์ต่างประเทศ เช่น ยูเครน และ เวเนซุเอลา ว่าเมื่อประเทศมีปัญหา ประชาชนย่อมเดือดร้อนอย่างแน่นอน และในสถานการณ์เช่นนั้นไม่อาจพูดถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพได้อย่างปกติ เพราะจะมีแต่ปัญหาและความเดือดร้อนตามมา จึงสรุปว่าเรื่องสำคัญที่สุดคือความมั่นคงของชาติที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า สงครามไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ใกล้เข้ามาและจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน ประเทศกำลังจะส่งมอบอนาคตให้คนรุ่นใหม่ คนรุ่นหลัง แต่คนรุ่นใหม่กำลังถูกยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก ไม่รักชาติ และไม่สามัคคีกัน ซึ่งตนตั้งคำถามว่าหากเป็นเช่นนี้ คนรุ่นต่อไปจะมาดูแลบ้านเมืองและปกป้องผืนแผ่นดินไทยได้หรือไม่ โดยเห็นว่าสังคมพูดถึงแต่สิทธิเสรีภาพ แต่ไม่พูดถึง หน้าที่ ความรักชาติ และการร่วมกันดูแลบ้านเมือง
“ถ้าไม่มีแผ่นดิน ไม่มีชาติ ไม่ต้องพูดถึงสิทธิเสรีภาพ และเราจะเดือดร้อนกันทั้งแผ่นดินหากคนรุ่นหลังทุกคนไม่ใช่ช่วยกัน และสร้างความแตกแยกอย่างที่เป็นอยู่ ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายหยุดการเมืองในลักษณะนี้และหยุดการกระทำดังกล่าวก่อนที่ประเทศจะไม่เหลือแผ่นดินให้ยืนอยู่” นายชัยวุฒิ กล่าว.



