เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.ชัยภูมิ ทั้ง 7 เขต โดยเปิดเวทีปราศรัยที่ต.หนองบัวแดง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เพื่อสนับสนุน น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ผู้สมัคร สส.ชัยภูมิ เขต 4 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองขึ้นมอบให้แก่ผู้สมัครและทีมปราศรัย เพื่อเป็นกำลังใจ

นางศุภจี กล่าวเปิดเวทีถึงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยว่า พรรคตั้งใจเข้ามาผลักดันการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ จ.ชัยภูมิ พร้อมประกาศว่า พรรคภูมิใจไทยจะหนุน “สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” อย่างเต็มกำลัง ทั้งด้านนโยบายและการทำงานในสภา หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

นางศุภจี กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบาย เกษตรยกทั้งระบบ-ราคาพืชไร่ต้องอยู่ได้จริง เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่ คุมเข้มด่านชายแดน ปิดช่องลักลอบนำเข้าโดยเฉพาะมันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้ราคาพืชผลในประเทศตกต่ำ และบิดเบือนกลไกตลาด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกรไทย

นางศุภจี กล่าวว่า นอกจากนี้จะสร้างกลไกรักษาเสถียรภาพราคาพืชไร่หลักของจังหวัดชัยภูมิ ทั้งมันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ผ่านการบริหารจัดการสต๊อก การกระจายผลผลิต และการเชื่อมโยงตลาดกับโรงงานและผู้แปรรูปในประเทศ เพื่อให้ราคาหน้าฟาร์มสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง 

ผลักดันเกษตรกรจาก “ผู้ขายผลผลิต” เป็น “ผู้ประกอบการเกษตร” สนับสนุนการแปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรในชุมชน ส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจและสหกรณ์การเกษตรให้เข้มแข็ง พร้อมเชื่อมต่อแหล่งทุน เทคโนโลยี และตลาดสมัยใหม่ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน แก้ปัญหาโครงสร้างต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ทั้งค่าปุ๋ย ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าเชื้อเพลิง และค่าโลจิสติกส์ ด้วยมาตรการเชิงระบบ เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตและมีรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว

นางศุภจี กล่าวย้ำจุดยืนด้านความมั่นคงทางสังคมของพรรคภูมิใจไทย อาทิ การเร่งปราบปรามสแกมเมอร์ เครือข่ายทุนสีเทา และยืนยันไม่สนับสนุนกาสิโน เพื่อปกป้องประชาชนและเศรษฐกิจชุมชน

ขณะที่ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ได้ประกาศความพร้อมกลับมาอาสารับใช้พี่น้องประชาชนอีกครั้ง โดยที่ผ่านมาลงพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น และพร้อมจะนำปัญหาปากท้องของชาวชัยภูมิเข้าไปผลักดันในสภาผู้แทนราษฎรอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเข้าถึงบริการของรัฐในพื้นที่ชนบท ควบคู่กับการสนับสนุนนโยบายด้านการศึกษาที่เท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับคนรุ่นใหม่