เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงเปิดศูนย์ปฏิบัติการการคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วในประเทศ และบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เพื่อส่งมอบไปยังทั้งเขตเลือกตั้งปลายทาง 400 เขตทั่วประเทศ เดินหน้าภารกิจเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยและการตรวจสอบที่เข้มงวดทุกขั้นตอน เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส โดยมี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กกต. ร่วมสังเกตการณ์

นายแสวง กล่าวตอนหนึ่งว่า การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า กรณียังมีข้อสงสัยจากประชาชน ทางสำนักงาน กกต. และเลขาธิการ กกต. ได้ชี้แจงไปส่วนหนึ่งแล้ว รวมถึงให้ทุกจังหวัดรายงานเหตุไม่ปกติในการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งจะปรากฏในบันทึกเหตุการณ์ ว่าเกิดเหตุการณ์อะไร ใครทักท้วงอะไร รวมถึงเรื่องที่เป็นข่าว ว่ามีผู้รายงานหรือแจ้งเรื่องต่างๆ เราไม่ได้ทอดทิ้ง ก็จะมาดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งข้อเท็จจริงจะเป็นตัวอธิบายเรื่องเหล่านั้นได้ดีที่สุด จึงต้องรอเร็วๆ นี้น่าจะเรียบร้อย อีกเรื่องที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งล่วงหน้า คือคนที่รู้สึกว่าคะแนนที่ลงไป ไปถึงเขตเลือกตั้งหรือไม่ เพราะต้องใส่บัตรเลือกตั้ง 2 ใบลงไปในซอง ก่อนส่งไปยังเขตเลือกตั้งซึ่งสิ่งที่

“อยากจะบอกว่าทุกบัตรทุกใบไปถึงเขตเลือกตั้งอย่างแน่นอน งานธุรการอาจจะผิดพลาดได้ แต่สิ่งที่ไม่ผิดพลาดเลยคือเจตจำนงของประชาชนที่เราจะต้องส่งถึงทั้ง 400 เขต ให้ถูกต้องและทันตามกำหนดเวลาที่จะนับคะแนนในวันเลือกตั้ง” นายแสวง กล่าว

นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ภายหลังการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรเสร็จสิ้น กรมการกงสุลได้ดำเนินการประสานงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทั่วโลก เพื่อนำบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ที่มีการลงคะแนนแล้วให้เข้าสู่กระบวนการส่งกลับประเทศไทยอย่างเป็นระบบ และส่งมอบเข้าสู่ระบบ คัดแยกของไปรษณีย์ไทยเพื่อดำเนินการนำจ่ายไปยังเขตเลือกตั้งปลายทาง ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดและมาตรฐานเดียวกันทุกพื้นที่ เราให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิทางการเมืองของคนไทยในต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คะแนนเสียงจากคนไทยทั่วโลกสามารถเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง สส. ของประเทศไทยได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นส่วนหนึ่งของการสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง จากวันเลือกตั้ง สส. (ล่วงหน้า) ที่ผ่านมา ได้ดูแลความปลอดภัยในกระบวนการคัดแยกและขนส่งซองใส่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีการลงคะแนนแล้วอย่างเข้มงวด โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยทั่วประเทศกว่า 126,000 นาย ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การดูแลพื้นที่ศูนย์ประสานงาน ศูนย์คัดแยก และการอำนวยความปลอดภัยในเส้นทางการขนส่ง ไปจนถึงการประสานงานกับหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ เพื่อสนับสนุนการขนส่งซองใส่บัตรเลือกตั้งไปยังเขตเลือกตั้งปลายทางอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยึดหลักความเป็นกลางทางการเมืองและการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน” พล.ต.ท.อุดร กล่าว

ขณะที่ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยมีความพร้อม 100% ในการขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ โดยขณะนี้ได้ดำเนินการลำเลียงซองใส่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าภายในประเทศเข้าสู่ศูนย์ปฏิบัติการการคัดแยกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะดำเนินการกระจายซองใส่บัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วทุกภูมิภาค โดยไปรษณีย์ไทยได้เตรียมความพร้อมทรัพยากรและเครือข่ายขนส่งอย่างเต็มกำลัง ซึ่งมีรถขนส่งเฉพาะกิจกว่า 600 เที่ยว เพื่อเร่งจัดส่งให้แล้วเสร็จก่อนถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ยืนยันว่าการดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและแผนปฏิบัติงานที่กำหนดร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ซองใส่บัตรเลือกตั้งทุกใบเข้าสู่กระบวนการอย่างถูกต้อง โดยมีการบันทึกสถานะการรับมอบ-ส่งมอบอย่างเป็นระบบ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอน มีการติด GPS และระบบ POST-POD Dashboard มที่รถขนส่งและมีกล้องวงจรปิด (CCTV) ตลอด 24 ชั่วโมง จำกัดการเข้าถึงพื้นที่สำคัญ และประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อให้การลำเลียงบัตรเลือกตั้งมีความปลอดภัยสูงสุด.