วานนี้ (4 ก.พ.  2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวที่น่าสลดใจกรณีของเด็กสาววัยรุ่น 3 คนกระทำอัตวินิบาตกรรมพร้อมกันด้วยการกระโดดจากระเบียงห้องบนชั้น 9 ของอาคารเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยทิ้งจดหมายลาตายเอาไว้ด้วย รายงานข่าวระบุถึงสาเหตุสำคัญว่ามาจากการที่พ่อของเธอสั่งห้ามใช้โทรศัพท์มือถือของเขาเล่นเกมประเภท “จีบหนุ่ม” จากค่ายเกมเกาหลี

เด็กสาวที่เสียชีวิตทั้ง 3 คน คือ วิชิกา (16 ปี), ปราชี (14 ปี) และ ปาคี (12 ปี) รายงานข่าวเผยว่า เด็กสาวทั้งสามโดนพ่อแม่สั่งห้ามการเล่นเกมที่พวกเธอติดกันงอมแงม พวกเธอยังทิ้งจดหมายลาตายความยาว 8 หน้ากระดาษไว้ ก่อนจะตัดสินใจทิ้งร่างดิ่งลงจากระเบียงอาคารทีละคน 

ภาพที่น่าสลดใจจากบริเวณหน้าบ้านของพวกเธอในเมืองกาสีอาบาด ชานกรุงนิวเดลี รัฐอุตตรประเทศของอินเดีย เผยให้เห็นรอยเลือดบนทางเท้า ขณะที่ผู้เป็นแม่กำลังร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่ข้างร่างของลูกสาว

อาคารที่เด็กสาวทั้งสามกระโดดลงมา

นายเชตัน กุมาร พ่อผู้สูญเสียกล่าวว่า ลูกสาวทั้งสามของเขามีอาการ “เสพติด” ทุกอย่างที่เป็นเกาหลีอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เพลง หรือรายการโทรทัศน์ เขากล่าวว่า ความชื่นชอบที่เข้าขั้นเสพติดนี้เริ่มขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และถึงขั้นทำให้พวกเธอต้องลาออกจากโรงเรียน

เมื่อกุมารพบว่าลูกๆ แอบเล่นเกมที่ไม่เหมาะสมและไม่ทราบชื่อเกมแน่ชัดบนโทรศัพท์มือถือของเขา เขาจึงสั่งห้ามเล่นทันที เขายังเชื่อว่า ลูกๆ ปลิดชีพตนเองเพื่อเป็นการประชดที่เขาไม่ให้เล่นเกม

กุมารเผยว่าในจดหมายลาตาย เด็กสาวทั้งสามเขียนว่า “พ่อคะ ขอโทษนะ เกาหลีคือชีวิตของพวกเรา เกาหลีคือความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ว่าพ่อจะพูดยังไง เราก็เลิกชอบไม่ได้ ดังนั้นเราจึงขอฆ่าตัวตาย พ่อพยายามจะแยกพวกเราออกจากเกาหลี แต่ตอนนี้พ่อคงรู้แล้วว่าพวกเรารักเกาหลีมากแค่ไหน”

นอกจากนี้ บนผนังห้องของสามสาวยังมีข้อความภาษาอังกฤษที่ไม่ถูกต้องนักเขียนไว้ว่า “I am very, very alone” (ฉันโดดเดี่ยวเหลือเกิน) และ “make me a hert of broken” (ทำให้ใจฉันสลาย)

อตุล กุมาร สิงห์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจรัฐอุตตรประเทศ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 02:15 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อตำรวจไปถึงก็พบร่างเด็กสาวทั้งสามนอนอยู่ที่พื้น จึงรีบนำตัวพวกเธอส่งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเด็กทั้งสามไว้ได้

ต่อมา ได้มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า แม้ข่าวในตอนแรกจะระบุว่า เด็กสาวทั้งสามคนกระโดดลงมาเอง แต่มีคำให้การจากพยานที่ขัดแย้งกันว่า พี่น้องสองคนอาจจะพยายามฉุดรั้งคนที่สามเอาไว้ แล้วเกิดพลัดตกลงมาพร้อมกันโดยอุบัติเหตุ

“เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับพ่อแม่หรือเด็กคนไหนก็ตาม” นายกุมารกล่าว “ผมไม่รู้จักเกมนั้นมาก่อนเลย ถ้าผมรู้ ผมจะไม่มีวันปล่อยให้พวกเธอเล่นเด็ดขาด”

สำนักข่าว NDTV และ India Today ระบุว่า เกมจีบหนุ่มที่เด็กสาวผู้เสียชีวิตเล่นจนติดนั้น อาจไม่ใช่เกมจีบหนุ่มหรือเกมหาคู่ธรรมดา แต่แฝงด้วยจิตวิทยาที่รุนแรง เกมนี้เป็นเกมออนไลน์ที่ต้องทำภารกิจ 50 ขั้น โดยเริ่มจากการเลือก “คู่เดทเสมือนจริง” ซึ่งจะส่งข้อความแสดงความรักและมอบหมาย “ภารกิจ” ให้ทำในแต่ละวัน 

เกมดังกล่าวจะกระตุ้นให้ผู้เล่นจมดิ่งอยู่กับวัฒนธรรมเกาหลีจนแยกไม่ออกระหว่างความจริงกับโลกเสมือน ในบันทึกของเด็กสาวกลุ่มนี้พบว่า พวกเธอคิดว่าตัวเองเป็น “เจ้าหญิงเกาหลี” ไม่ใช่คนอินเดีย เมื่อเล่นอย่างต่อเนื่อง ผู้เล่นมีแนวโน้มว่าจะตัดขาดจากสังคมภายนอกหรือแม้กระทั่งคนในครอบครัว

นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเปรยเกมดังกล่าวว่าคล้ายคลึงกับเกมมรณะ “Blue Whale” จากรัสเซียซึ่งเคยแพร่ระบาดในกลุ่มแชตลับและโซเชียลมีเดียเมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อน เกมนี้มีการมอบหมายภารกิจ 50 ด่านเช่นกัน โดยภารกิจจะยากขึ้นและอันตรายขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นชักจูงให้ผู้เล่นทำร้ายตนเอง  

การแพร่หลายของโทรศัพท์มือถือและเกมออนไลน์ที่เป็นอันตราย ทำให้องค์การอนามัยโลกได้เพิ่ม “อาการเสพติดวิดีโอเกม” ลงในฐานข้อมูลการจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ICD) ตั้งแต่ปี 2562 โดยระบุว่าการเสพติดนี้มีลักษณะของ “พฤติกรรมการเล่นเกมที่ต่อเนื่องหรือเกิดขึ้นซ้ำๆ” จนถึงขั้น “มีความสำคัญเหนือกว่าความสนใจอื่นๆ ในชีวิต”

ที่มา : nypost.com, ndtv.com

เครดิตภาพ : X / @madhuriadnal