เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้ง สส. ว่า จากที่ติดตามผลอย่างไม่เป็นทางการ พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 จำนวน 10 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช 4 เขต คือ นายทรงศักดิ์ มุสิกอง ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 1 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 3 นางกนกพร เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 4 และนายจอมไกร สวัสดิวงศ์ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 6, จ.ตรัง 2 เขต คือ นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณฌ์ ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 3 นายกาญจน์ ตั้งปอง ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 4, จ.สงขลา 2 เขต คือ นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 และนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 9, จ.ระยอง 1 เขต คือ นายพศิน ปิตุเตชะ ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 3 และ จ.สุราษฎร์ธานี 1 เขต คือนายสมชาติ ประดิษฐพร ผู้สมัคร สส.สุราษฎร์ธานี เขต 4 ขณะที่บัญชีรายชื่อ คาดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ สส. 12 คน
เมื่อถามถึงกระแสการเลือกนายจูรีให้ชนะแชมป์เก่าที่ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย และชนะคู่แข่งจากพรรคประชาชน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นการตอกย้ำของการสร้างการเมืองสุจริตที่พรรคประชาธิปัตย์ถือธงนำต่อต้านการซื้อเสียง และจากเขตดังกล่าวที่นายจุรีได้คะแนนเป็นอันดับ 1 และ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน ได้เป็นอันดับ 2 ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าการเลือกตั้ง สส.เขตนี้ไม่มีการใช้เงินซื้อเสียง และประชาชนในพื้นที่เลือกคนที่มั่นใจว่าเป็นคนดี เลือกลูกชาวบ้านอย่างนายจูรีให้เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน นอกจากนี้ ผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ในหลายเขตเลือกตั้งในภาคใต้มีคะแนนสูสี จึงเป็นแนวทางที่แสดงว่าประชาชนตื่นตัวกับการเมืองสุจริต
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวเรื่องการทุจริตเลือกตั้งในหลายพื้นที่ พรรคประชาธิปัตย์มีข้อมูลที่จะยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ผู้สมัคร สส. ของพรรค ไม่ได้แจ้งกลับมาทางการ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ากรรมการบริหารพรรค ได้สร้างระบบของการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้เตรียมคนสำหรับการจับผิดผู้อื่น เพราะเราเชื่อมั่นในการหาเสียงสุจริต จึงไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์ความผิดปกติเกิดขึ้น
เมื่อถามถึงการประเมินเลือกตั้ง สส. ใน จ.ตาก นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดหมายว่าแชมป์เก่า เป็นอดีต สส. ในพื้นที่จะได้รับเลือก เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เริ่มต้นช้า เตรียมตัวในระยะเวลาที่สั้น ทำให้ไล่ไม่ทัน แต่คะแนนที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นต้นทุนที่มากพอสมควร ดังนั้นเราต้องทำงานในพื้นที่ต่อไปและทำในทุกพื้นที่ โดยตนจะนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ในวันที่ 11 ก.พ. เพื่อพิจารณาทบทวนว่ามีช่องโหว่จุดไหน อีกทั้ง จะนัดหารือกับอดีตผู้สมัคร สส.กทม. ของพรรค ในวันที่ 12 ก.พ. นี้ เพื่อพูดคุยกันถึงทิศทางการทำงานว่าใครจะอยู่ทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป อยากทำงานแบบไหน
“ผลเลือกตั้งที่ออกมานั้น ผิดความคาดหวังไปไม่มาก แค่ 3-4 เขตที่ไม่ชนะ เช่น จ.ตรัง เขต 1, จ.สมุทรสาคร เขต 2 และที่ จ.สงขลา เราต้องยอมรับผลเลือกตั้งที่ออกมา และต้องทบทวนการทำงาน ชักชวนคนที่พร้อมลุยต่อเพื่อสร้างการเมืองสุจริตต่อไป ซึ่งผู้สมัคร สส.กทม. หลายคนบอกว่าหลังการเลือกตั้งนี้คือจุดเริ่มต้น” นายชัยวุฒิ กล่าว
เมื่อถามว่าสำหรับผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ประเมินได้หรือไม่ว่าพรรคไหนจะจับมือตั้งรัฐบาลร่วมกัน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่กล้าประเมิน แต่เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยที่ได้มาเป็นอันดับ 1 สามารถเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลได้ง่าย หรือเลือกพรรคร่วมรัฐบาลได้ไม่ยากนัก สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคเล็ก ไม่ควรเสนอแนะหรือก้าวก่าย
ต่อข้อถามว่าจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลที่มีพรรคกล้าธรรม เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยืนยันเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องพรรคกล้าธรรมเท่านั้น ยังมี 3 เงื่อนไข ได้แก่ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ และสร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าถ้าพรรคภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลที่มี สส. เกิน 300 เสียง อาจทำให้ฝ่ายค้านทำงานไม่ได้ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะพร้อมทำหน้าที่แทนชาวบ้านได้ แม้จะมีผู้แทนราษฎรคนเดียว กรณีที่เป็นฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ไม่กังวลต่อรัฐบาลที่มีเสียงเข้มแข็งในสภา เพราะตนมองว่าความมั่นคงและเสถียรภาพของของรัฐบาลไม่ใช่อยู่ที่ฝ่ายค้าน แต่อยู่ที่พฤติกรรมและการทำงานของรัฐบาล
“ความมั่นคงของเสียงรัฐบาลไม่ใช่ปัญหา เพราะฝ่ายค้านพร้อมทำงานในทุกรูปแบบ แต่หากประเมินโดยเทียบกับยุคสมัยที่รัฐบาลเข้มแข็งเกิน 300 เสียง ผมมองว่าปัจจุบันเงื่อนไขต่างกัน หากรัฐบาลปัจจุบันทำซ้ำรอยกับรัฐบาลที่มีปัญหาในอดีต ประชาชนจะเป็นผู้ส่งสัญญาณ ไม่ใช่พรรคการเมือง ดังนั้นความมั่นคงทางการเมืองขึ้นอยู่กับการรบริหาร สนิมเกิดจากเนื้อใน ไม่ใช่ฝ่ายค้าน หากรัฐบาลจะพัง ก็อยู่ที่ตัวเขาเอง แต่รอบนี้ยังไม่เห็นว่าเขาจะทำงานดีหรือพัง ต้องรอดูพฤติกรรมและการทำงาน ส่วนปัญหาหรือสถานการณ์เมืองต้องดูต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน มีความพร้อมทำหน้าที่” นายชัยวุฒิ กล่าว



