เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่า ร.อ.ธรรมนัส ไปร่วมรับประทานอาหารกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อพูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ว่า ยังไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ และเมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนเดินทางไปเปิดงานวันนักกีฬาแห่งชาติ ก่อนจะกลับบ้านตามปกติ เมื่อถามว่า ได้โทรศัพท์แสดงความยินดีกันหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การคุยโทรศัพท์เป็นเรื่องปกติ เรามีมารยาทเป็นพรรคระดับกลาง ก็แสดงความยินดีซึ่งกันและกันเท่านั้นเอง ซึ่งใครเป็นฝ่ายโทรฯ หาไม่ใช่สาระสำคัญ ส่วนแนวทางการทำงานต่อไปนั้น ต้องรอผลรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน

เมื่อถามว่าเบื้องต้นยังเป็นพันธมิตรกันอยู่ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรามีแค่ 58 เสียง ก็ต้องฟังพรรคหลัก อย่าไปโอเวอร์แอ๊คชั่น เราต้องรู้จักสถานะตัวเอง และให้เกียรติแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมองว่าตอนนี้ไวไปที่จะพูดเรื่องนี้ เมื่อถึงวันที่ กกต. รับรองผลก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน ต่อข้อถามว่า เมื่อเป็นพันธมิตรกันแล้วจะต้องเดินหน้าเพื่อให้ไร้รอยต่อใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตอนนี้เรายังเป็นรัฐบาลอยู่ ก็ประสานงานกัน นายอนุทินยังเป็นผู้บังคับบัญชาของตน

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทยจะดัดหลังพรรคกล้าธรรม ด้วยการเชิญพรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาล แต่ไม่เชิญพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรรมนัส หัวเราะแล้วกล่าวว่า กระแสข่าวก็คือกระแสข่าว แต่ขณะนี้ยังไวเกินไปที่จะพูดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล สมการอยู่ที่พรรคแกนนำว่าจะเชิญหรือไม่ เราเป็นนักการเมือง ต้องพร้อมได้ทุกเรื่อง จึงอย่าไปกังวล ตนเดินมาไกลแล้ว

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน 5 ล้านกว่าเสียงที่เลือกพรรคกล้าธรรม พิสูจน์ให้เห็นหลายประเด็น ทั้งที่เราถูกโจมตีจากคู่แข่งทางการเมืองมาตลอด ซึ่งเกมการเมืองช่วงเลือกตั้งจบไปแล้ว เราไม่ผูกใจเจ็บกับพรรคใดพรรคหนึ่งที่โจมตีเรา เพราะท้ายที่สุดผลการเลือกตั้งออกมาเป็นแบบนี้ ถ้ายังไม่ยอมรับกติกา ก็ค่อยว่ากัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ยังมั่นใจในตัวนายอนุทิน จะยังได้ร่วมทำงานร่วมกันต่อไป ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถามว่า แล้วมีเหตุอะไรให้ต้องหมางเมินใจกัน เมื่อถามว่ารู้สึกกังวลต่อกระแสเสี้ยมที่ทำให้หมางใจ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวทีเล่นทีจริงว่า “ชอบกระทรวงเกษตรฯ มี (เพจ) อีเสี้ยมเสี้ยมข่าว ชอบอะ เสี้ยมน่ะ”  

เมื่อถามว่าคิดว่าสูตรการจัดตั้งรัฐบาล ควรประกอบด้วยสีอะไรบ้าง เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่มีเสถียรภาพ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเชื่อว่ายุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยวางแผนไว้หมดแล้ว แต่รอเวลาให้ชัดเจน ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดคุยกันถึงเรื่องดังกล่าว โดยสิ่งสำคัญคือเราต้องอย่าลืมเรื่องกรอบระยะเวลาที่ต้องรอให้ กกต. ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส. ภายใน 60 วัน ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน ก็น่าจะครบกำหนดในช่วงต้นเดือน เม.ย. 2569

“ถ้าผมเป็นพรรคภูมิใจไทย คงจะนั่งตีขิมอยู่ที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องไปพูดคุยกับพรรคนั้นพรรคนี้ แต่บางพรรคการเมืองที่อยากร่วมรัฐบาล อาจจะพูดมากหน่อย แต่สำหรับพรรคกล้าธรรมของเรานั้นอยู่ในที่ตั้ง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

เมื่อถามว่าหมายถึงพรรคใดที่อยากเข้ามาร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนหมายความถึงคนที่ออกมาพูด แต่ไม่ใช่พวกเรา เพราะตนเคยให้สัมภาษณ์แล้วว่ายังไม่มีการพูดคุยกัน  

ผู้สื่อข่าวถามว่าแผนของพรรคภูมิใจไทยมีพรรคกล้าธรรมอยู่ด้วยในนั้นหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “ผมไม่ทราบ ไปถามสิ เพราะเห็นนั่งติดกับนายกฯ แหม เมื่อก่อนก็ทำกับผมแบบนี้เหมือนกัน”

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ได้เคยทำสัญญาใจอะไรกับนายอนุทินหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มีทำก่อนการเลือกตั้ง และหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งก็มีสื่อมวลชนหลายสำนักพยายามถามตนว่าฮั้วกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ แต่ก็อย่างที่ทุกคนได้เห็นแล้วว่าไม่มีการฮั้วกัน สู้กันอย่างสูสี

เมื่อถามว่าถ้ายังได้ร่วมรัฐบาลต่อกับพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรมยังอยากสานต่องานที่กำลังกำกับดูแลตอนนี้อยู่ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าเราได้กำกับดูแลกระทรวงที่เราถนัด ก็ถือเป็นเรื่องดี ทั้งนี้ในทางการเมือง เราอย่าไปคาดหวังอะไร 100 เปอร์เซ็นต์ ในทางการเมืองไม่ใช่ 1+1 แล้วจะเป็น 2 สมการทางการเมืองไม่ใช่สมการทางคณิตศาสตร์ พรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่มีเสถียรภาพ จำเป็นต้องมีเสียง สส. รวมกัน 300 คนขึ้นไปหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะในสมัยรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตนได้ขับเคลื่อนจนสามารถนำ สส. จากพรรคเล็ก 19 พรรค มารวมกับพรรคพลังประชารัฐ จนรวบรวมได้ 251 เสียง ก็สามารถอยู่รอดปลอดภัย เมื่อถามอีกว่าการใช้สูตรรวมเสียงพรรคเล็ก จะสามารถนำมาใช้ในรัฐบาลชุดใหม่นี้ได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคภูมิใจไทยไม่พอใจที่พรรคกล้าธรรมชิงแข่งในบางเขต ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สื่อหลายสำนักตั้งข้อสังเกตว่าเราฮั้วกับพรรคภูมิใจไทย แต่ความจริงแล้วสู้กันอย่างเต็มที่ ตนยืนยันว่าไม่มี เรานักเลงพอ มันจบแล้วการเมือง ไม่ใช่ว่านับคะแนนจบแล้วแต่มีปัญหาอีก นับคะแนนแล้วยังสูสีกันมาก และไม่สร้างประเด็นการนับใหม่

เมื่อถามว่าการที่พรรคกล้าธรรมเจาะพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ได้ จะไม่เป็นปัญหาฝังใจกับพรรคภูมิใจไทย ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราพูดคุยกันตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งว่า กลุ่มที่มาจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เราไม่สามารถห้ามอะไรได้ ปล่อยไปตามนั้น เช่นเดียวกับที่ จ.นราธิวาส

เมื่อถามว่าไม่ติดใจในกระแสขอนับคะแนนใหม่ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเลือกตั้งจบแล้ว อย่าไปสร้างความวุ่นวายในสังคม ควรจะให้โอกาสเสียงของคนส่วนใหญ่ ให้พรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาล ถ้าจัดตั้งไม่ได้ค่อยว่ากัน