ปัจจุบันหลายๆคนมักเจอเหตุการณ์ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวโดยเฉพาะการท่องโลกโซเชียลยิ่งอ่านคอมเมนต์ อารมณ์ยิ่งพลุ่งพล่าน วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โดยธนาคารจิตอาสา มาชวนรับมือความเห็นต่างด้วย “Mental Resilience” บรรยากาศการเมืองที่เข้มข้น มักมาพร้อมกับความเห็นต่าง ที่มักนำไปสู่ความขัดแย้ง ทั้งกับคนแปลกหน้าในโซเชียล หรือแม้แต่คนในครอบครัว และหลายครั้งเราก็เผลอเอาตัวเข้าไปปะทะจนใจบอบช้ำ หรืออาจกระทบความสัมพันธ์ Mental Resilience (ความยืดหยุ่นทางความคิด) จะช่วยให้เรารักษาใจได้มั่นคงท่ามกลางความขัดแย้ง โดยไม่ต้องสูญเสียตัวตนหรือความสัมพันธ์ไป
3 วิธีจัดสมดุลใจ เมื่อคนรอบข้างคิดไม่เหมือนเรา
1. ฟังเพื่อ “เข้าใจ” แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
- การรับฟัง ไม่เท่ากับการยอมรับ หรือการเห็นด้วย แต่คือการให้เกียรติความเป็นมนุษย์ของคนตรงหน้า
- คิดซะว่าเรากำลังดูหนังเรื่องหนึ่ง เราเข้าใจตัวละครได้โดยที่ไม่ต้องกลายเป็นตัวละครนั้น วิธีนี้จะช่วยให้เราฟังได้นานขึ้นโดยที่ไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ
2. ฝึก “เว้นระยะ” เพื่อทักทายและเรียกชื่ออารมณ์ (Name It to Tame It)
- เมื่อเจอคำพูดที่จี้ใจดำ หรือโพสต์ที่ชวนโมโห แทนที่จะโต้ตอบทันที ให้ลองหยุดแล้วดูสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ
- ถ้าเริ่มรู้สึกหน้าตึง ใจสั่น ให้บอกตัวเองว่า “อ้อ… นี่คืออารมณ์โกรธกำลังทำงานนะ” การเรียกชื่ออารมณ์ จะช่วยให้สมองส่วนเหตุผลกลับมาทำงาน และช่วยให้เราไม่เผลอพิมพ์หรือพูดสิ่งที่ต้องมาเสียใจภายหลัง
3. มองหา “จุดร่วม”
- คนที่มีความยืดหยุ่นทางความคิด จะมองเห็นภาพรวมของสถานการณ์ (Big Picture) ไม่ตกอยู่ในวังวนของความคิด
- แม้จะเชียร์คนละเบอร์ แต่เราอาจจะมีเป้าหมายเดียวกัน เช่น “อยากเห็นเศรษฐกิจดีขึ้น” หรือ “อยากให้ลูกหลานมีอนาคต” การมีเป้าหมายร่วมกันจะช่วยลดกำแพง และทำให้เรากลับมาเชื่อมต่อกันได้เร็วขึ้นหลังพายุการเมืองผ่านไป
ดูแลสุขภาพใจ ฝ่าพายุความเห็นต่าง
- Agree to Disagree: ยอมรับว่าเราสามารถเห็นต่างกันได้โดยไม่ต้องเกลียดกัน
- Digital Detox: ถ้าโลกออนไลน์มันเริ่ม toxic ปิดหน้าจอแล้วไปหาของอร่อยกินบ้างก็ได้
- รักษาความสัมพันธ์: พรรคการเมืองมาแล้วก็ไป แต่คนรอบข้างคือคนที่อยู่กับเราในชีวิตจริง มาเปลี่ยน “สนามอารมณ์” ให้เป็น “สนามแห่งการเรียนรู้” เพื่อให้เราเติบโตขึ้น และมีภูมิคุ้มกันทางใจที่จะอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยความแตกต่างได้อย่างมีความสุข



