เรื่องราวของ “สีดอแก้ว” ยังเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและคอยส่งกำลังใจให้ต่อเนื่อง หลังจากที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ได้ย้ายเข้ามาพักอาศัย ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จังหวัดสระแก้ว ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการปรับพฤติกรรมครั้งสำคัญ
อัปเดตชีวิต ‘สีดอแก้ว’ ได้เข้าอยู่บ้านใหม่ เร่งปรับพฤติกรรมลดความคุ้นชินมนุษย์
วันนี้ ทีมข่าวเดลินิวส์ จะพามาทำความรู้จักช้างป่า นามว่า สีดอแก้ว กัน สำหรับชื่อของสีดอแก้วมีที่มาจากการที่เมื่อปี พ.ศ. 2552 ได้มีช้างสีดอตัวหนึ่งเดินออกมาหากินนอกพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ ในพื้นที่แถบชายป่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง โดยเฉพาะบริเวณของชายป่าเขาจุกไปจนถึงพื้นที่เขาแก้ว ซึ่งบริเวณของ ‘เขาแก้ว’ นี้เองที่เป็นจุดที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนที่ได้พบเห็นกับสีดอตัวดังกล่าว จึงได้มีการตั้งชื่อให้ว่า ‘สีดอแก้ว’

ในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 ได้มีรายงานว่าสีดอแก้ว พร้อมเพื่อนอีก 2 ตัว มีการเข้ามาหากินในพื้นที่สวนผลไม้ของชาวบ้านในพื้นที่ 3 อำเภอของ จ.จันทบุรี นานกว่า 1 เดือน และเนื่องจากสีดอแก้วยังคงวนเวียนอยู่ภายในชุมชนและเกรงว่าอาจตกใจวิ่งเข้าทำร้ายชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ฯ และทีมสัตวแพทย์จึงได้ทำการยิงยาซึมและเคลื่อนย้ายพาสีดอแก้วไปยังศูนย์บริหารจัดการช้างป่า เขาตะกรุบ ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน

ปัจจุบัน สีดอแก้วได้ถูกดำเนินการเคลื่อนย้ายมาอยู่ที่ศูนย์ปรับพฤติกรรมช้างป่า ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จังหวัดสระแก้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569 โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ได้ให้เหตุผลสำคัญของการเคลื่อนย้ายในครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา “สีดอแก้ว” เป็นช้างป่าพื้นที่อ่างฤาไน มีพฤติกรรมออกนอกพื้นที่และรบกวนชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเข้าบ้านเรือนราษฎร ทำลายทรัพย์สิน และพยายามทำลายสิ่งกีดขวางเพื่อออกจากพื้นที่กักกันหลายครั้ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในอนาคต

การนำ “สีดอแก้ว” เข้ามาดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จึงเป็นการยกระดับความปลอดภัย ทั้งต่อประชาชนและตัวช้างเอง เนื่องจากสถานีฯ มีความพร้อมด้านโครงสร้างคอกที่มั่นคง ระบบความปลอดภัยที่เหมาะสม และมีสัตวแพทย์ สัตวบาล ควาญช้าง และเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในขณะนี้ ทางสถานีฯ ได้มีการวางแนวทางการปรับพฤติกรรมของสีดอแก้ว เพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ โดยทางสถานีฯ ได้ปรับงดผลไม้และพืชผลทางการเกษตร ให้พืชอาหารที่พบในธรรมชาติเท่านั้น รวมถึงได้ปรับลดการเจอคนในรอบวัน โดยการให้อาหารเป็นแบบกระจายเป็นจุด ในช่วงเวลาที่สีดอแก้วทำกิจกรรมอื่นไม่สังเกตเห็นคน เช่น ช่วงเวลานอน ช่วงกลางคืน ทั้งนี้การปรับพฤติกรรมการติดพืชผลทางการเกษตรและผลไม้ และปรับลดพฤติกรรมการเดินเข้าหาคนของสีดอแก้ว เพื่อให้เหมาะสมกับการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติต่อไป.



