ท่ามกลางความตึงเครียดสงครามอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่ยังยืดเยื้อ ปะทุลุกลามทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบตลาดพลังงานโลกกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นรวดเร็ว แม้องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เสนอปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ออกมา เพื่อบรรเทาวิกฤติน้ำมันก็ตาม แต่ราคาน้ำมันก็ยังขึ้นๆ ลงๆ ทรงตัวในระดับสูง


ล่าสุด “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” รมว.พลังงาน ระบุชัดว่า เวลานี้สถานการณ์ราคาพลังงานยังปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งไทยเราได้ใช้กลไก “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” เป็นเครื่องมือหลักในการลดแรงกระแทกจากความผันผวนของราคา โดยหลังครบกำหนด 15 วัน รัฐบาลจะยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาดูแลราคาต่อไป แม้ขณะนี้สถานะกองทุนจะเริ่มกลับมาติดลบอีกครั้งจากการที่มีเงินไหลออกประมาณวันละ 1,000 กว่าล้านบาท แต่ในอดีตกองทุนฯเคยรองรับภาระหนี้ได้สูงถึงประมาณ 120,000 ล้านบาทมาแล้วในช่วงต้นสงครามรัสเซีย-ยูเครน จึงมั่นใจว่ายังสามารถบริหารจัดการได้ควบคู่กับมาตรการอื่นๆ


ล่าสุด “ทีมเศรษฐกิจเดลินิวส์” ได้ตรวจสอบการอุดหนุนราคาน้ำมันทุกประเภทของกองทุนน้ำมันเพลิงในวันที่ 11 มี.ค. พบว่า กองทุนน้ำมันฯ ต้องอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล สูงถึงลิตรละ 16.97 บาท เพื่อตรึงราคาดีเซลให้อยู่ที่ลิตรละ 29.94 บาท ถือเป็นสถิติสูงสุดในการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล มากกว่าช่วงเกิดวิกฤติสงครามรัสเซีย – ยูเครน ที่อุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 14.01 บาท


เท่ากับว่า ทุกการใช้น้ำมันดีเซล 1 ลิตร กองทุนฯ ต้องใช้เงินอุดหนุนลิตรละ 16.97 บาท ส่งผลให้ ณ เวลานี้ กองทุน๖องใช้เงินอุดหนุนเฉพาะน้ำมันดีเซลวันละ 1,445 ล้านบาท


ส่วนกลุ่มเบนซิน – แก๊สโซฮอล์ กองทุนฯ เข้าไปอุดหนุนราคาลดหลั่นกันไป รวมวันละ 313 ล้านบาท โดย

เบนซิน 98 อุดหนุนราคาลิตรละ 0.01 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95 อุดหนุนราคาลิตรละ 7.41 บาท
แก๊สโซฮอล์ 91 อุดหนุนราคาลิตรละ 7.41 บาท
แก๊สโซฮอล์ อี 20 อุดหนุนราคาลิตรละ 9.01 บาท
แก๊สโซฮอล์ อี 85 อุดหนุนราคาลิตรละ 2.28 บาท


สรุป ณ วันที่ 11 มี.ค. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องอุดหนุนราคาน้ำมันทุกประเภท 1,758 ล้านบาท (รวมบางส่วนของน้ำมันเตา และแอลพีจีอีกจำนวนหนึ่ง)

หากดูสถานการณ์สงคราม ซึ่งราคาน้ำมันยังขึ้นลงผันผวนในระดับสูง แม้ล่าสุดราคาน้ำมันดีเซลสำเร็จในตลาดโลกจะปรับลดลงเล็กน้อยจาก 184 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เหลือ 160 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ก็ยังทรงตัวในระดับสูง เทียบจากก่อนเกิดสงคราม เคลื่อนไหวอยู่ที่ 80- 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่กลุ่มเบนซิน เคลื่อนไหวที่ประมาณ 127 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงเล็กน้อยจากก่อนหน้า 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ย้ำชัดว่า หลังจากสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ครบกำหนด 15 วัน ในวันที่ 17 มี.ค. ถ้าสถานการณ์สงครามยังยืดเยื้อ ราคาน้ำมันดีเซล จะต้องทยอยปรับขึ้นอย่างแน่นอน แต่จะไม่กระชากขึ้นลิตรละ 2-3 บาท อาจทยอยปรับขึ้นลิตรละ 50 สตางค์ ส่วนสถานะสุทธิกองทุนน้ำมันว่าจะติดลบเท่าไรแล้วนั้น จะมีการประกาศอีกครั้งในวันที่ 16 มี.ค.