เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 11 มี.ค. ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กทม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในส่วนของพรรคกล้าธรรม ว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน ต้องมีการคุยกันเพื่อเป็นมติพรรค ซึ่งจะมีการประชุมกันในเช้าวันที่ 15 มี.ค. นี้
เมื่อถามว่า ตั้งแต่มีข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยปิดดีลตั้งรัฐบาลแล้ว ได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยัง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน
เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้พร้อมเป็นฝ่ายค้านแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเป็นนักการเมืองต้องทำได้ทุกหน้าที่ ทุกบทบาท ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องทำให้ดี ในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ทั้งนี้ ตนได้เน้นย้ำกับ สส.พรรคกล้าธรรม ทั้ง 58 คน ว่าจะต้องทำอะไรบ้างในฐานะที่เป็น สส. แม้จะไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่ก็ต้องทำหน้าที่ ในฐานะตัวแทนของแต่ละพื้นที่ เครือข่ายที่สร้างไว้ 7-8 ปี ต้องสามารถประสานได้ต่อ และตอบสนองต่อความต้องการและความเดือดร้อนของประชาชน
เมื่อถามต่อว่า จะทำงานร่วมกับพรรคประชาชนได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ถูกเขาโจมตีมาตลอด ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นนักการเมืองต้องอยู่ได้ทุกสถานะ มิตรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง คนที่ร่วมทางทางการเมือง วันหนึ่งต้องแยกทาง ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นศัตรูกัน คนเคยไม่ถูกกันหรือทรรศนะไม่ตรงกัน เมื่อมาทำงานร่วมกัน ก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน เราไม่เอาเรื่องส่วนตัวเข้ามา สิ่งสำคัญคือ แม้เราจะเป็นฝ่ายค้าน แต่ต้องมีหลักการของเรา ไม่ใช่โวยวายหรือค้านทุกเรื่อง หากเรื่องไหนมีประโยชน์ เราก็ไม่ควรค้าน
เมื่อถามอีกว่า จะมีการพูดคุยกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ได้คุย เพราะไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคหรือหัวหน้าพรรค เพราะฉะนั้น บทบาทการหาเสียงที่ผ่านมากับการบริหารพรรค ไม่เหมือนกัน เราเป็นที่ปรึกษาก็ให้คำปรึกษา แต่การตัดสินใจอยู่ที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งขณะนี้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้พูดคุยกับกรรมการบริหารพรรคหลายคนแล้ว ดังนั้นต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ว่าเราไปออกหน้าทุกเรื่อง เมื่อถามอีกว่า วางแนวทางการตรวจสอบรัฐบาลอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส ร้องโอ๊ย ก่อนหัวเราะและกล่าวว่า “ยังไม่ได้เป็นเลย ใจเย็นๆ”
เมื่อถามด้วยว่า กังวลว่านโยบาย ส.ป.ก.4-01 จะไม่ได้รับการสานต่อหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน มั่นใจว่าใครก็ตามที่มานั่งตำแหน่งนี้จะสานต่อ แต่ถ้าไม่สานต่อ จะใช้ สส. ของตนทั้ง 58 คน ขับเคลื่อนผ่านสภา
เมื่อถามว่า มีนักวิชาการระบุว่า ที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาล เพราะมีนักการเมืองอีกคนฝากให้ฝัง ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถามว่า “นักวิชาการใช่มั้ยครับ อันนั้นไม่รู้จริง” เมื่อถามต่อว่า ได้มีการหารือถอดบทเรียนกันในพรรคหรือไม่ ว่าทำไมถึงไม่ได้ร่วมรัฐบาล ทั้งที่มี 58 เสียง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า บางครั้งความสำเร็จในการได้มาซึ่งชัยชนะเลือกตั้ง ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่า เราจะสามารถเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อใดก็ตามที่ไม่ใช่พรรคอันดับ 1 ก็ไม่สามารถควบคุมได้
เมื่อถามถึงกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ระบุว่า สาเหตุที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล เพราะเป็นการสกัดไม่ให้พรรคกล้าธรรมเติบโต ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นความเห็นของนายไผ่ ลิกค์ ต้องไปถามท่าน
เมื่อถามอีกว่า มีหลายฝ่ายมองว่าสาเหตุที่สายสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยขาดกัน เพราะมีปัญหาเรื่องลง สส. แข่งกันเองในเขตเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ถ้าไม่แข่งกันเองก็ฮั้วกันสิครับ”
เมื่อถามถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พูดเปรยบนเวทีงานกระทรวงเกษตรฯ ว่าจะไปไม่นาน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ความไม่แน่นอนของการเมือง ตนเห็นอะไรมาเยอะ บางครั้งพรรคที่ได้อันดับหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นรัฐบาลเสมอไป หรือพรรคอันดับหนึ่งที่จัดตั้งรัฐบาลจะอยู่เสมอไป อยู่ที่ผลงานและการบริหารบ้านเมือง เมื่อถามยํ้าว่า ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณอะไรใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี มันเป็นธรรมชาติของการเมือง
เมื่อถามถึงโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุด ที่มีชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั่ง รมว.เกษตรฯ จะส่งมอบงานอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นข่าว แต่ระดับนายสุริยะ คงไม่ต้องส่งมอบ ท่านเป็นนักการเมืองมานาน
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายหลังการให้สัมภาษณ์ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวแซวผู้สื่อข่าวว่า ไม่ต้องไปดักรอหน้ากระทรวงเกษตรฯ แล้ว ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า เดี๋ยวไปรอที่สภา ร.อ.ธรรมนัส จึงกล่าวว่า เราไม่ใช่ผู้นำฝ่ายค้านหรือแนวร่วม เราต้องกลับมาดูแลตัวเอง สุขภาพตัวเอง และลูกพรรค ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า พรรคประชาชนหวังว่าพรรคกล้าธรรม จะมีข้อมูลลับ เป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ไม่มีครับ ผมไม่ใช่ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ผมมีคุณธรรมพอ”



