นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดจันทบุรีให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลไม้ให้มีคุณภาพ พร้อมยกระดับผลไม้ของจังหวัดให้เป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยพัฒนาเป็น “จันทบุรีโมเดล” ที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อสร้างมาตรการควบคุมในพื้นที่ให้รักษาคุณภาพผลผลิตทุเรียน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด และมีพื้นที่เพาะปลูกมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ
สำหรับปีการผลิต 2569 จังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่ปลูกทุเรียนจำนวน 478,870 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิต367,812 ไร่ และคาดการณ์ผลผลิตรวมประมาณ 683,027 ตัน โดยผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม และมีปริมาณมากที่สุดในเดือนพฤษภาคมประมาณ 373,783 ตันคิดเป็นร้อยละ 43 ของผลผลิตทั้งหมด ทั้งนี้ ทุเรียนของจังหวัดจันทบุรีส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นตลาดหลักประมาณร้อยละ 85 จำหน่ายในประเทศร้อยละ 10 และนำไปแปรรูปร้อยละ 5
“จังหวัดได้ประกาศกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนตามสายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์กระดุม วันที่ 20 มีนาคม พันธุ์ชะนีและพวงมณี วันที่ 10 เมษายน และพันธุ์หมอนทองและก้านยาว วันที่ 20 เมษายน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ไปยังเกษตรกรและผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุทุเรียนให้เก็บเกี่ยวทุเรียนที่มีคุณภาพ ตามนโยบายควบคุมคุณภาพผลไม้ก่อนการส่งออก โดยยึดหลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ (มกษ. 9070-2566) เพื่อควบคุมคุณภาพทุเรียนแก่และป้องกันทุเรียนอ่อน”
น.ส.ปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษต กล่าวว่า สำหรับการส่งออกทุเรียน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ขอให้เกษตรกร ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ และผู้ส่งออก ยึด “มาตรการ 4 ไม่” อย่างเคร่งครัด ได้แก่ ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ และไม่มีสี/ไม่มีสารทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรมีมาตรการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยอาหาร โดยเน้นการเฝ้าระวัง ติดตาม และตรวจวิเคราะห์สาร Basic Yellow 2 (BY2) รวมถึงการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนแคดเมียมอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการที่ขึ้นทะเบียนกับ GACC จำนวน 14 แห่ง สามารถรองรับการตรวจวิเคราะห์เพื่อการส่งออกได้
“ในส่วนของประเด็นสารตกค้างในทุเรียนส่งออกซึ่งอาจเป็นปัญหาในอนาคต กรมวิชาการเกษตรขอเน้นย้ำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุใช้สารเคมีทางการเกษตรตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร และปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP และ GMP อย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจพบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ หากพบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง จะมีการระงับการส่งออกทันที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า และสร้างความยั่งยืนให้กับทุเรียนไทย”



