เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ส่งความเห็นและคำร้องของประชาชน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย กรณีการจัดการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และ 85 หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่ากรณีการจัดพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ อาจสามารถเชื่อมโยงให้มีการตรวจสอบย้อนหลังกลับไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า เลือกใครหรือลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด เห็นว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

กรณีนี้ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการดำเนินการจัดการเลือกตั้งของ กกต. มีมติโดยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก จำนวน 6 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ นายนภดล เทพพิทักษ์ นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน 3 คน คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ และนายสราวุธ ทรงศิวิไล เห็นว่า ไม่เป็นการใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญแต่เป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

19 มี.ค. เวลา 08.30 น. จะเป็นวันโหวตเลือก “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ อีกสมัย โดยพรรคประชาชน (ปชน.) จะส่ง “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคขึ้นแข่งเพื่อให้ผู้เสนอตัวให้สภาโหวตได้แสดงวิสัยทัศน์

วันที่ 19 มี.ค. น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย เตรียมแถลงเปิดตัวพรรค รทสช.ร่วมรัฐบาล 2 เสียง คือ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และนายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ก่อนที่จะประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในเวลา 10.00 น. เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี จึงมีเสียง สส.ลงมติให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี รวมแล้วทั้งสิ้น 293 เสียง แต่เนื่องจากจังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 กกต.ยังไม่ได้ประกาศรับรอง สส. จึงทำให้เสียงฝั่งรัฐบาลเหลือ 292 เสียง

เสียงรัฐบาลประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทย 191 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคไทยสร้างไทย พรรคละ 2 เสียง ส่วนพรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคโอกาสใหม่ พรรคละ 1 เสียง

“สส.เอ๋” นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า การสนับสนุนนายอนุทิน เพราะต้องการขอเสียงสนับสนุนให้ร่วมผลักดันร่างกฎหมายสำคัญของพรรค จำนวน 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ ร่างกฎหมายเสรีโซลาร์ และ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต หรือ กฎหมายปลดล็อกเครดิตบูโร นายพีระพันธุ์ จะทำงานสร้างเครือข่ายและตั้งสาขาพรรคเพิ่มขึ้น

การตั้ง ครม. อนุทิน 2 พรรคภูมิใจไทยเริ่มจัดส่งประวัติบุคคลเพื่อเข้ารับการตรวจสอบจาก 18 หน่วยงาน มีรายชื่อกว่า 40 รายชื่อ รวมกับชื่อสำรอง ไว้แทนหากมีบุคคลใดขาดคุณสมบัติ ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย รายชื่อสะเด็ดน้ำแล้ว ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โดยมี รมช.มหาดไทย 3 คน คือ นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา

“รมต.ป้อม” ทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่มีรายชื่อก่อนหน้านี้จะขยับไปนั่งรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลแก้ปัญหาน้ำทั่วประเทศ แก้ปัญหายาเสพติด เป็นการปิดตำนานการครองตำแหน่ง มท.2 ของนายทรงศักดิ์ มาอย่างยาวนานถึง 4 รัฐบาลตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ์

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี สส.บัญชีรายชื่อ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ แกนนำพรรค และนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ กระทรวงกลาโหมชัดเจนแล้วว่า พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ จะขยับจาก รมช. มาเป็น รมว. กระทรวงยุติธรรม ยังเป็นคนเดิม คือ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์

“โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็น รมว.คมนาคม มี รมช. คือนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร และนายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีนายไชยชนก ชิดชอบ เป็น รมว.ดีอี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี เป็น รมช. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็น รมว.พลังงาน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็น รมว.วัฒนธรรม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ เป็น รมว.สาธารณสุข นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็น รมว.อุตสาหกรรม

“โควตาอนุทิน” ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ จะไม่มีตำแหน่ง รมช.เพราะต้องการให้ทำงานเต็มที่และไม่มีการเมืองแทรก และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี

สำหรับโควตาพรรคร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ที่ได้ 5 รัฐมนตรีว่าการ และ 3 รัฐมนตรีช่วย ซึ่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการถือว่านิ่งแล้ว ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นั่งตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั่งรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นั่งรมว.แรงงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นั่ง รมว.ศึกษาธิการ และน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล นั่งรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

ตำแหน่ง รมช. ที่วางให้เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ 2 ตำแหน่ง และรมช.ศึกษาธิการ 1 ตำแหน่ง ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยมีเพียง 3 ตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าทุกครั้งที่พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ทำให้การจัดสรรครั้งนี้มีคนแสดงความประสงค์ทำหน้าที่ รมช.มากกว่าตำแหน่งที่มี

โดยชื่อที่ค่อนข้างชัดเจนตอนนี้มีเพียง 1 ตำแหน่ง คือ นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร มีโอกาสได้เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์สูง ขณะที่ 2 ตำแหน่งยังไม่ลงตัวว่าจะเป็นโควตาของภาคไหน หรือจะให้เป็นโควตาของภาคอีสานอีกเก้าอี้

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ตามที่มีสื่อมวลชนรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีที่ดินเขากระโดง มาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 28 (2) (4) ประกอบมาตรา 30 นั้น ขอเรียนว่า ปัญหาเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินที่อาจทับที่หรืออยู่ในเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หลายแปลง ในเบื้องต้นยังไม่พบว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

“ที่ผ่านมาเป็นปัญหาข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชน ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครอง หน่วยงานของรัฐจะต้องไปดำเนินการใช้สิทธิทางศาลเอง ส่วนเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการไต่สวนข้อเท็จจริง คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเร่งรัดดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว”