นายนที โดดสูงเนิน นายกสมาคมโคนมก้าวหน้า ในฐานะตัวแทนภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย เปิดเผยหลัง นำตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ, ตัวแทนสมาคมกลุ่มเกษตรกรผู้รวบรวมน้ำนมดิบ, สมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ และสมาคม SME ผู้รวบรวมน้ำนมดิบและแปรรูป กว่า 1,000 คน เข้ายื่นหนังสือต่อ นายนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อคัดค้าน (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการดำเนินการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 ว่า ตาม (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการดำเนินการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 โดยเฉพาะการปรับเกณฑ์จัดสรรสิทธิจำหน่ายในส่วนของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมภาคอื่นๆ (ภาคเอกชน) ไม่เกิน 30% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมนมไทย ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ และโรงงานแปรรูปนม

กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการเอกชน มีมติร่วมกันคัดค้านร่างหลักเกณฑ์จัดสรรสิทธิ นมโรงเรียน ดังกล่าว ที่สร้างความไม่เป็นธรรม และทำลายอาชีพเกษตรกร รวมถึงทำลายตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมนมไทย พร้อมระบุว่า ร่างหลักเกณฑ์ใหม่ มีการกำหนดสัดส่วนที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มอภิสิทธิชนบางกลุ่มอย่างน่าสงสัย ในขณะที่ฝั่งเอกชนและเกษตรกรรายย่อย ถูกบีบคั้นด้วยเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม การจัดสรรโควตาเช่นนี้ เป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำ จงใจทำลายกลไกการค้าเสรี และสร้างระบบผูกขาดขึ้นในอุตสาหกรรมนมไทยหรือไม่

“การบริหารจัดการที่ผิดพลาด และจงใจกีดกันผู้ประกอบการบางกลุ่ม คือต้นเหตุที่แท้จริงของสาเหตุที่น้ำนมดิบส่วนเกินกว่า 769 ตันต่อวัน ไม่มีที่ไป รัฐกำลังเอาอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รวมถึงส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งประเทศ มาเป็นตัวประกัน เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กลุ่มอภิสิทธิ์ชนเพียงไม่กี่กลุ่มใช่หรือไม่ แล้วเคยคิดถึงผลกระทบบ้างหรือไม่ เรื่องนี้จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งผู้ประกอบการ โรงงานรับซื้อ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ มาจนถึงเกษตรกร หากรัฐยังฝืนใช้กติกาที่ให้สิทธิอย่างเป็นธรรม”

สำหรับข้อเสนอแนะเพื่อทางออกที่ยั่งยืน ภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการฯ ปรับปรุงหลักเกณฑ์โดยยึดหลัก “นมทุกลิตรต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน” นมทุกลิตรที่มาจากแม่โคนมของเกษตรกรไทย ต้องสามารถเข้าถึงโครงการนมโรงเรียนได้ โดยไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น หรือใช้ระบบโควต้าแบบพวกพ้อง แต่ให้พิจารณาว่าผู้ประกอบการรายใด ซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทยมาก ก็สามารถได้รับการจัดสรรสิทธิมาก เพื่อให้เกษตรกรทุกภาคส่วนสามารถจำหน่ายน้ำนมดิบได้ ตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการอย่างแท้จริง