ชมพูพันธุ์ทิพย์ เป็นต้นไม้ขนาดกลาง ผลัดใบ ความสูงประมาณ 8-25 เมตร แตกกิ่งแผ่กว้างเป็นชั้น เรือนยอดรูปไข่หรือทรงกลม ลำต้นขนาดใหญ่ เปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาลหรือสีเทา แต่เมื่อมีอายุมากเปลือกลำต้นจะแตกเป็นร่อง กิ่งเปราะหักง่าย ใบเป็นใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบเรียงตรงกันข้าม มีใบย่อย 5 ใบ แผ่นใบหนาขอบเรียบ สีเขียวเข้ม ปลายใบเรียว โคนใบสอบ ใบคล้ายรูปไข่แกมรูปรี ความกว้าง 3-7 ซม. ยาว 7.5-16 ซม. ออกดอกเป็นช่อ กระจุกตามกิ่ง ช่อละ 5-8 ดอก กลีบดอกมีทั้งสีชมพูอ่อน ชมพูสด และสีขาว ตรงกลางดอกสีเหลือง ดอกบานเต็มที่จะมีความกว้างประมาณ 5-8 ซม.ะออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
ชมพูพันธุ์ทิพย์ไม่เพียงแต่สวยงาม ยังมีประโยชน์ทางการแพทย์ที่หลายคนยังไม่รู้ โดยใบของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์สามารถนำไปต้มดื่มเป็นยาบรรเทาอาการท้องเสีย แก้อาการปวดท้องได้ นอกจากนี้ยังสามารถตำให้ละเอียดไว้พอกแผลเพื่อช่วยสมานแผลได้
ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์มีประโยชน์หลากหลาย นอกจากจะนิยมปลูกให้ร่มเงาและประดับตามอาคารบ้านเรือน สวนสาธารณะ และริมถนนแล้ว ยังมีประโยชน์ทางด้านอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ลำต้นและเยื่อไม้ของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์สามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงและทำกระดาษได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ลำต้นทำฟืนได้อีกด้วย
ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ทนทานต่อดินฟ้าอากาศ และโรคแมลง โตเร็ว มีดอกงดงาม จึงนิยมนำไปปลูกเป็นไม้ประดับและร่มเงาในบริเวณสถานที่ราชการ สวนสาธารณะ และตามถนนหนทาง
เนื่องจากชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นพืชที่นำเข้ามาในเมืองไทยได้ไม่นาน ข้อมูลการใช้ประโยชน์ทางสมุนไพรและด้านอาหารอย่างครบถ้วนยังมีจำกัด หากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์แผนไทยหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้


