เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศราชกิจจานุเบกษา ทรงมีพระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งให้เป็น รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ว่า เรามีหน้าที่อย่างเต็มที่ ดีใจที่ทุกคนไว้วางใจ ยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทั้งนี้ตำแหน่งก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบ ดังนั้น ในฐานะที่ดูแลเรื่องของนวัตกรรมงานวิจัย และเรื่องเกี่ยวกับอุดมศึกษาต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมา เห็นว่ามีหลายเรื่องที่เริ่มมีการพูดคุยกัน อย่างเรื่องวิกฤติพลังงาน เรื่องพลังงานทดแทนต่างๆ เรื่องไบโอดีเซล การพยายามทำเครื่องจักร เครื่องยนต์ โดยใช้โซลาร์เซลล์เป็นพลังงานทดแทนน้ำมัน รวมถึงความปลอดภัยในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งตอนนี้เดือดร้อนพอสมควร ที่ต้องมีการมอนิเตอร์ไฟป่าโดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม ตลอดจนระดมหน้ากาก N 95 สิ่งเหล่านี้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีการพูดคุยและทำงานกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ความรู้กับประชาชน ดังนั้นย้ำว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่ามีการวางกรอบการทำงานเอาไว้อย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า ดูแลตั้งแต่คน ที่อาจจะมีการจัดกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเด็ก เรื่องสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งตรงนี้เรามีการวางแผนไว้ล่วงหน้าพอสมควร ตอนนี้ก็พร้อมที่จะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยในช่วง 1 เดือนแรก จะมีเรื่องที่จำเป็นต้องทำเร่งด่วน สิ่งที่ต้องทำในระยะประมาณ 6 เดือน หรือ 1 ปี และอะไรที่จะเป็นสิ่งที่จะเป็นความหวังที่จะทำในระยะ 2 ปี และ 4 ปี ซึ่งต้องสื่อสารให้ชัดเจน และแน่นอนว่าการรับมือกับเรื่องที่ไม่คาดฝัน ซึ่งตอนนี้ต้องเตรียมความพร้อมหลายเรื่อง อย่างเรื่องเปลี่ยนแปลงเรื่องของสภาพอากาศต่างๆ ซึ่งเราไม่สามารถทำงานเองได้ ซึ่งที่ประชุมสภา ทางประธานสภา ระบุว่าเป็นปัญหาค่อนข้างใหญ่ แต่ยังมีช่องว่างระหว่างคำว่าพรรคการเมือง อย่างไรก็ตามก็จะใช้กลไกสภาในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาของประชาชน
เมื่อถามว่านโยบายเร่งด่วนที่จะบรรจุในเรื่องของอุดมศึกษานวัตกรรมที่จะแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภาในเรื่องใดบ้าง นายยศชนัน กล่าวว่า มี 2-3 เรื่อง เรื่องแรก เรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ต้องมีการปรับโครงสร้างต่างๆ ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายที่ต้องเดินทางมา ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมคนให้มีทักษะในด้านต่างๆ พร้อมรับมือจากการเปลี่ยนแปลงของโลก เรื่องที่ 2 การวางโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ซึ่งเรามีความจำเป็นต้องลงทุนในการวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวไปข้างหน้าได้ โดยร่วมกับหลายหน่วยงานในการทำงานทุกรูปแบบ ทุกมิติ ทั้งมิติของเศรษฐกิจ มิติปากท้อง แล้วแปลงสิ่งเหล่านี้มาเป็นมิติเกี่ยวกับการศึกษา การพัฒนาคน.



