เมื่อเวลา 13.15 น. ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกระทรวง ภาคเอกชน ห้างค้าส่งและค้าปลีก ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย เข้าร่วมงานด้วย

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้คำนึงถึงผลกระทบดังกล่าวที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน รัฐบาลจึงได้ขอให้ทางกระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการออกมาตรการต่างๆ เพื่อดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับประชาชน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์เน้นสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคด้วยการร่วมมือกับผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศและผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสนับสนุนให้สินค้าที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตของประชาชนมีราคาที่เหมาะสม และเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยมีราคาที่ถูกกว่าราคาที่หาได้ตามท้องตลาด เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าของชีพของประชาชน

“ได้ถามนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนของผมตั้งแต่อนุบาล เขาไม่โกหกผมแน่ คุณภาพอาจจะไม่สวยงามเท่าสินค้าที่อยู่ในห้าง แต่ตรงนี้ทำให้เรามีความมั่นใจว่าประชาชนก็จะสามารถที่จะเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้ ประชาชนจะสามารถประหยัดเงินในกระเป๋า ผมตั้งใจมาซื้อของเยอะ ที่บ้านยาสีฟันหมด ที่ผมใช้อยู่ทุกวันถ้ามีรสเค็มๆ และรสสะอาดๆ ถึงจะเป็นยี่ห้ออะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าข้างในคุณภาพเดียวกัน ประชาชนก็ไม่ได้สูญเสียอะไร และยังสามารถที่จะช่วยประหยัดเงินได้ด้วย”

นี่คือสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ได้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลด้วยความมีประสิทธิภาพ ผมทำงานกันอย่างใกล้ชิดกับทางกระทรวงพาณิชย์ และได้เห็นถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่น รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นของประชาชนในยามวิกฤติเหล่านี้ พวกเราทุกคนตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะลดภาระให้กับประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและสินค้าแบรนด์ทางเลือกให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยสามารถก้าวผ่านความท้าทายทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง

“โครงการนี้เป็นการช่วยคนไทยไม่ต้องไปพึ่งพาใคร เราต้องช่วยเพื่อนร่วมชาติของเราทุกคนด้วยความเต็มใจด้วยความรัก ความสมานสามัคคี สมัยเป็นเด็กมีเพลงอยู่ท่อนหนึ่งที่บอกว่า ถ้าไทยไม่ช่วยไทยแล้วใครจะมาช่วยเรา และจบด้วยคำว่าไทยเพื่อไทย อุดหนุนไทย ไทยพวกเรา เป็นเพลงที่ฟังแล้วมันติดอยู่ในมโนสำนึก เราก็ถือว่านี่เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องดำเนินต่อไป ไม่ใช่เฉพาะในยามข้าวยากหมากแพงหรือในยามที่มีวิกฤติการณ์ใดๆ ก็ตามแต่ ในยามปกติเราก็ต้องรักกันสามัคคีกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน อยากเห็นประเทศไทยมีสถานะในเวทีโลก ประชาชนอยู่ดีมีสุข มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนไม่ใช่เรื่องยาก มั่นใจว่าพวกเราทำได้ถ้าเราร่วมมือทำ” นายกฯ กล่าว

ภายหลังเปิดตัวโครงการฯ นายกฯ เยี่ยมชมบูธ ร้านค้าต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระลดค่าครองชีพ ซึ่งเป็นสินค้าราคาถูก นายกฯ จ่ายเงินสดด้วยเงินตัวเอง และหันมาบอกผู้สื่อข่าว ว่า “วันนี้ซื้อไปยังไม่ถึง 1,000 บาทเลย” ก่อนจะเดินไปซื้อยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก กระดาษทิชชู น้ำยาล้างจาน ข้าวสาร ลำไยกระป๋องในน้ำเชื่อม และลิ้นจี่กระป๋องในน้ำเชื่อม ไข่ไก่ 1 แผง ยาสระผม ครีมอาบน้ำ สบู่อาบน้ำนกแก้ว ข้าวกล้องถุงละ 5 กิโลกรัม 1 ถุง

นอกจากนี้นายกฯ ยังได้แวะร้านขายข้าวสาร โดยบอกว่า สามารถสั่งไปได้เยอะๆ ได้ใช่หรือไม่ จะนำไปเยี่ยมชาวบ้าน ก่อนซื้อข้าวสาร 5 ถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม และชิมข้าวหอมมะลิใหม่ 100% ที่หุงสุกแล้ว และซื้อน้ำมันปาล์ม 12 ขวด โดยนายกฯ บอกว่า จะเอาน้ำมันไปผัดข้าวผัดและกับข้าว และนำสินค้าที่ซื้อทั้งหมดใส่รถเข็นและเข็นรถเข็นออกมาด้วยตัวเอง.



