บริษัท เร็ปโก เน็กซ์ จำกัด ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) ร่วมกับ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ จำกัด เดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ (Solar Utility Scale) กำลังการผลิตรวมกว่า 247 เมกะวัตต์ ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ และสระบุรี ตั้งเป้าเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2570 เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาน้ำมัน

โดยโครงการดังกล่าวคาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้ครอบคลุมราว 1 แสนครัวเรือน พร้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 2 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

รูปแบบความร่วมมือของทั้งสามบริษัทเน้นการผสานความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยเร็ปโก เน็กซ์ รับบทด้านวิศวกรรมและการบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง ไปจนถึงการดูแลและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ขณะเดียวกันยังนำระบบดิจิทัล ดีอาร์เอส บาย เร็ปโก เน็กซ์ มาใช้ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและประสิทธิภาพของการผลิตไฟฟ้า ส่วนเอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ ทำหน้าที่พัฒนาโครงการพลังงานสะอาดแบบครบวงจร และ บี.กริม เพาเวอร์ สนับสนุนด้านการลงทุนและการบริหารสินทรัพย์พลังงาน

‘อรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของประเทศ โดยนำความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายมาผสานกัน เพื่อให้การผลิตพลังงานสะอาดมีประสิทธิภาพและสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ‘นพเดช กรรณสูต’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชันธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ชี้ว่า พลังงานสะอาดจะมีบทบาทมากขึ้นต่อความมั่นคงด้านพลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยโครงการนี้ถือเป็นอีกก้าวของการขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน

ขณะที่ ‘ดร.พิเชษฐ์ ตั้งปัญญารัช’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เร็ปโก เน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่จำเป็นต้องอาศัยทั้งงานวิศวกรรม การบริหารจัดการ และเทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่กัน โดยการนำระบบดิจิทัลมาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียรในการดำเนินงานระยะยาว

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นอีกก้าวของภาคพลังงานไทยในการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานสะอาด รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว