นายลัคช์ แกงวานี ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการขยายธุรกิจ บริษัท วิวเทรด   โฮลดิ้ง คอร์ปอร์เรชั่น เปิดเผยว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ViewTrade (วิวเทรด) ได้เดินหน้าทำงานร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) เพื่อยื่นเรื่องขอรับรองมาตรฐานในส่วนของการดำเนินการตรวจสอบและยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC – Know Your Customer) ของประเทศไทยต่อกรมสรรพากรประเทศสหรัฐฯ (IRS) จนประสบความสำเร็จ ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นการพลิกโฉมการจัดการด้านเอกสารของอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ไทยอย่างมาก

เดิมที่โบรกเกอร์จะต้องยื่นแบบฟอร์มภาษีสำหรับการลงทุนหุ้นในตลาดฯสหรัฐฯของลูกค้าเป็นรายบุคคล ให้กับกรมสรรพากรประเทศสหรัฐฯ แต่หลังจากได้รับการรับรองสถานะนี้แล้ว สามารถยื่นแบบฟอร์มแบบรวมกลุ่ม (Bulk) ในนามของบริษัทได้ จากเดิมต้องกรอกและยื่นเอกสารจำนวนมากเหลือเพียงไม่กี่ฉบับต่อปี จึงช่วยลดภาระการจัดทำเอกสารและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ทั้งในแง่ของค่าดำเนินการ ค่าปรับจากการส่งเอกสารล่าช้าได้  ช่วยให้อุตสาหกรรมหลักทรัพย์ไทยประหยัดต้นทุนได้ถึง 442 ล้านบาทต่อปี

“นอกจากจะช่วยลดต้นทุนให้กับสถาบันการเงินแล้ว เรามองว่าจะช่วยส่งผลเชิงบวกต่อผู้ลงทุนในระยะยาวด้วย แม้ผู้ลงทุนจะไม่ได้เห็นผลประโยชน์โดยตรง แต่ต้นทุนที่ลดลงของสถาบันการเงิน จะสะท้อนกลับมาเป็นการลดลงของค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากนักลงทุนด้วยเช่นกัน”

ขณะเดียวกันได้วางประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงออสเตรเลีย และตะวันออกกลางในอนาคต ล่าสุดได้ประกาศความร่วมมือกับ ผู้นำด้านเทคโนโลยีโซลูชันสำหรับธุรกิจหลักทรัพย์รายใหญ่ในไทย เพื่อผสานความแข็งแกร่งของวิวเทรด ในด้านการซื้อขายและเชื่อมต่อตลาดต่างประเทศ ให้เข้าถึงตลาดหลักทรัพย์ 25 แห่งทั่วโลกได้

นายเซอร์เกย์ ลิชเชนโก ประธานเจ้าหน้าที่การให้บริการโซลูชันลูกค้า บริษัท วิวเทรด โฮลดิ้ง คอร์ปอร์เรชั่น กล่าวว่า การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในแพลตฟอร์มการลงทุน ช่วยเสริมศักยภาพและลดภาระงานให้ทีมงาน แต่ไม่ใช่การมาแทนที่คน โดยนำ AI มาใช้ในกระบวนการทำงานที่มีความซับซ้อน เช่น การตรวจสอบเอกสารและกฎระเบียบ วิเคราะห์หุ้นเชิงลึกให้กับลูกค้าได้มีการผสานโมเดลขนาดเล็ก เข้าโมเดลขนาดใหญ่ ผ่านเทคนิค RAG (Retrieval-Augmented Generation) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และอัปเดตข้อมูลรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือนให้มีความถูกต้องและรวดเร็วมากขึ้น การนำ AI มาให้บริการทางการเงิน ก็ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากเช่นกัน เนื่องจากปัญหาการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดของ AI อาจสร้างความเสียหายแก่นักลงทุนได้

นายวิรศัลย์ คงประสงค์ ผู้จัดการฝ่ายโซลูชันประจำภูมิภาคอาเซียน บริษัท วิวเทรด โฮลดิ้ง    คอร์ปอร์เรชั่น เปิดเผยถึงแนวโน้มของการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน ว่า ปัจจุบันวิวเทรด อยู่ระหว่างการศึกษาและประเมินสถานการณ์ ซึ่งแม้ว่าการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นโทเคนจะมีประโยชน์ และช่วยให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงสินทรัพย์ต่างๆได้ง่ายขึ้น แต่เทคโนโลยีนี้ยังมีความท้าทายที่ยังรอให้ปรับปรุงหรือแก้ไขหลายด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของกฎระเบียบและข้อบังคับ รวมถึงสภาพคล่องของตลาด ความเสี่ยงของคู่สัญญา และรอบในการดำเนินการชำระราคา เป็นต้น พร้อมกันนั้น ได้พัฒนาโซลูชันที่สามารถใช้งานได้จริงแล้วในปัจจุบัน ได้แก่ การลงทุนแบบเศษหุ้น (Fractional Shares) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงหุ้นต่างประเทศที่มีราคาสูงได้ด้วยเงินลงทุนจำนวนน้อยลง