วันที่ 24 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย แถลงถึงผลการหารือกับ นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า ขอให้จีนช่วยหากได้ไปเจรจาการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เรื่องการบริหารการจัดส่งพลังงาน น้ำมันดิบ ก๊าซ ก็ขอให้นึกถึงประเทศไทยรวมไปในบริบทการเจรจาด้วย เพราะเส้นทางการเดินเรือต่างๆ จากตะวันออกกลางไปประเทศจีน ต้องมีส่วนที่ผ่านประเทศไทย นายหวัง อี้ ก็บอกว่าขออย่าได้กังวล เพราะไทยและจีนมีความสัมพันธ์เปรียบเสมือนพี่น้องกัน

“ผมถือโอกาสคุยเรื่องปุ๋ยว่าในวิกฤติการณ์พลังงาน ประเทศไทยน่าจะบริหารจัดการเรื่องน้ำมันได้ในสภาวะค่อนข้างนิ่ง แต่ไม่ได้บอกว่ามั่นคง เพราะเราไม่รู้สงครามจะยาวนานเท่าไร แต่ช่วงนี้เราให้ความมั่นใจว่าเรื่องน้ำมันไม่มีคำว่าขาดแคลนหรือมีปัญหาแน่นอน อยากให้จีนพิจารณาเรื่องการจำหน่ายปุ๋ย ถ้าจีนมีปริมาณมากเพียงพอ เพื่อมาช่วยเกษตรกรชาวไทย เรื่องนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ไปเจรจากับรัสเซียด้วย ซึ่งถ้าจีนกับรัสเซียสามารถมีโควตาปุ๋ยมาจำหน่ายในประเทศไทยได้ ก็จะทำให้ปัญหาหลักๆ ของไทยแก้ไปได้เยอะ”

เมื่อถามต่อว่าในส่วนของจีนได้มีการขอความร่วมมืออะไรจากไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศจีนบอกว่าไปกัมพูชามา ซึ่งเขายินดีเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เขาก็พูดมาว่าท่าทีของกัมพูชาต่อประเทศไทยเหมือนกับว่าไม่อยากสู้รบแล้ว ไม่อยากเผชิญหน้าแล้ว ไม่อยากมีความขัดแย้งแล้ว ทางจีนก็แจ้งให้ไทยทราบ ซึ่งเราบอกไปว่าเราไม่ต้องการมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านใดๆ เลย แต่เราก็มีขั้นตอนที่จะพูดคุย เราต้องมีการสร้างกติกาขึ้นมาก่อนว่าการพูดคุยในทิศทางใดที่จะทำให้ความสัมพันธ์รื้อฟื้นขึ้นมาได้ แต่คงไม่ใช่ชั่วข้ามคืน

เมื่อถามว่าทางจีนเข้าใจบรรยากาศของเราใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เข้าใจดี เราได้พูดกันลึกพอสมควรว่าปัญหาที่แท้จริงมาอย่างไรและวิธีการแก้ไขควรจะต้องใช้แนวปฏิบัติเช่นใด 

เมื่อถามต่อว่าจีนมายืนยันความเป็นกลางระหว่างไทยกับกัมพูชาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้บอกว่าเขามายืนยันความเป็นกลาง เขาบอกประเทศไทยเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้อง ตนก็ยังบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ แต่จีนบอกว่าสำหรับจีนประเทศไทยเป็นประเทศที่ใหญ่ในภูมิภาคนี้ เราไม่จำเป็นต้องให้เขามายืนยันอะไรว่าเป็นกลางหรือไม่เป็นกลาง แต่เราต้องดูท่าที  

เมื่อถามอีกว่าได้มีการพูดคุยเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้พูดคุยกัน สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ณ วันนี้เป็นต้นไปคงต้องมาพิจารณาอย่างเข้มข้น ซึ่งประเทศอินโดนีเซียเริ่มเปรยเรื่องการคิดค่าผ่านทางช่องแคบมะละกา ถึงแม้ว่ายังไม่เกิดขึ้น แต่ก็มีความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเริ่มคิดเหมือนกัน เพราะเวลาเกิดเหตุการณ์นอกเหนือการควบคุมแล้ว ต้องไปผ่านช่องแคบ น่านน้ำของใคร ต้องคิดว่าเกิดความเสียหายมากขนาดไหน  

เมื่อถามด้วยว่าการที่นายหวัง อี้ ระบุว่ากัมพูชาไม่อยากสู้รบแล้ว เหมือนกับว่าจีนพยายามเป็นตัวกลางใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราอย่าเพิ่งไปพยายามเดาใจอะไรเขา เราต้องนึกถึงว่าประเทศไทยจะได้อะไรจากท่าทีนี้ ถ้ารัฐบาลจะตัดสินใจในแนวทางใดๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศไทยเป็นหลัก

เมื่อถามต่อว่า ที่ขับรถพานายหวัง อี้ ไปรับประทานอาหารกลางวัน นายหวัง อี้ บอกว่าขับรถนิ่มหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวติดตลกว่า “เขาบอกนึกว่ามีอาชีพขับแท็กซี่มาก่อน” 

เมื่อถามย้ำว่าถือเป็นนายกฯ คนแรกที่ขับรถให้นายหวัง อี้ นั่งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะ.