เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมพรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค โดยนายจุลพันธ์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า แม้ว่าขณะนี้จะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความ แต่อำนาจบังคับของ พ.ร.ก. มีผลสำเร็จแล้ว หากศาลวินิจฉัยอย่างไรก็จะกลับมาที่สภาเพื่อให้ สส.และ สว. พิจารณาอนุมัติ ดังนั้น ถือเป็นความร่วมมือของพรรคร่วมรัฐบาล ในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งการลงมติต้องมีความสามัคคีกัน
“ขอให้ทุกคนร่วมกันประชุมและอภิปราย ติติง เสนอแนะในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในส่วนกระบวนการลงมติ หากรัฐบาลชี้แจงได้ครบถ้วน ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเราก็พร้อมเดินไปด้วยกัน ในการอนุมัติ พ.ร.ก. เข้าใจว่ากระบวนการคงใช้เวลาไม่นาน ศาลรัฐธรรมนูญคงใช้เวลาอันสั้นในการพิจารณา และคาดว่าคงใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการที่ร่าง พ.ร.ก. จะกลับมาที่สภา
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคเพื่อไทยยังเดินหน้าสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า เรายังยืนยันสิ่งที่เราได้พูดไว้ เพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพราะมีการทำประชามติมาแล้ว อย่างไรก็ตามเราต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ เพราะจากเหตุการณ์ครั้งก่อน แสดงให้เห็นว่าต้องได้ข้อสรุปที่ตรงกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมคือต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 ดังนั้น ควรมีการพูดคุยทำความเข้าใจเพื่อให้อยู่ในร่องรอยเดียวกัน ตนมองว่ายังมีอุปสรรคในการแก้ไขอยู่ ฉะนั้นต้องมาพูดคุยแล้วยกร่างฯ ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และผลักดันได้จริง พรรคเราอยู่กับความเป็นจริง ต้องยอมรับว่าในนาทีนี้ การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนสำคัญที่สุด
ด้านนางมนพร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นเรื่องคัดค้าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจคำร้องว่ามีมูลหรือไม่ และจากนั้นก็จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งจากในอดีตการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะต้องรอประมาณ 20 วัน ซึ่งก็จะต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเช่นไร เพื่อให้ประธานสภา นำกลับมาบรรจุเป็นระเบียบวาระ
นางมนพร กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยได้รับการจัดสรรเวลาในการอภิปราย 40 นาที โดยจะมี สส.เข้าชื่ออภิปรายจำนวน 6 คน โดยกรอบในการอภิปราย เราจะต้องเห็นด้วยกับ พ.ร.ก.ดังกล่าว รายการอภิปรายจะต้องชี้แจงให้เห็นถึงประโยชน์ในการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ โดยจำนวนเงิน 2 แสนล้านบาทแรก จะเป็นงบประมาณเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และอีก 2 แสนล้านบาท สมาชิก 6 คน ที่จะทำการอภิปรายก็จะต้องมีการเข้ามาพูดคุยและหารือกันอีกครั้งเพื่อกำหนดกรอบในการอธิบาย



