เมื่อวันที่ 20 พ.ค.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการใช้งบประมาณตาม พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาทเพื่อพัฒนาประเทศ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ งบประมาณเพื่อช่วยเหลือภาคประชาชน ภาคเกษตร และภาคแรงงาน วงเงิน 200,000 ล้านบาท และอีก 200,000 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาทุนมนุษย์ เทคโนโลยีใหม่ รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงแรงงาน ร่วมกันพัฒนาทักษะกำลังคนให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ของโลกการทำงาน ซึ่งในวันที่ 21 พ.ค.จะประชุมผู้บริหารศธ.เพื่อวางกรอบการดำเนินงานตามข้อสั่งการขอนายกฯ
รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ในการประชุมดังกล่าวมีข้อเสนอแนะจาก สภาผู้บริโภค และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้วยว่า การที่โรงเรียนกักหรือไม่ออกใบระเบียนแสดงผลการเรียน (ใบ ปพ.) ให้แก่นักเรียนที่ค้างค่าเทอม ถือเป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขและไม่สามารถทำได้ การค้างค่าเทอมเป็นเรื่องของการผิดสัญญาทางแพ่ง ซึ่งโรงเรียนต้องแยกออกจากสิทธิ์ทางการศึกษาของเด็ก และวางแผนการเจรจาเรื่องการค้างชำระค่าเทอมของผู้เรียน โดยประเด็นนี้ตนได้มีข้อสั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แล้วว่า ให้เร่งตรวจสอบว่ามีโรงเรียนไหนที่ไม่ยอมดำเนินการออกใบปพ.ให้นักเรียน และจะให้เร่งออกแนวปฎิบัติเรื่องนี้ เพื่อแจ้งให้โรงเรียนได้รับทราบ โดยโรงเรียนไม่สามารถอ้างได้ว่าผู้ปกครองมีการค้างชำระค่าเล่าเรียน เพราะเรื่องนี้ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กที่จะต้องได้รับเอกสารเหล่านี้เมื่อจบการศึกษา



