สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่า มาตรการดังกล่าวมุ่งเน้นไปยังสิ่งที่รัฐบาลลอนดอนเรียกว่าเป็น “ระบบการเงินลับ” ที่สนับสนุนเศรษฐกิจสงครามของรัสเซีย รวมถึงเครือข่ายเอ7 (A7) ที่ได้รับการสนับสนุนจากทำเนียบเครมลิน ซึ่งถูกใช้เพื่อโอนเงิน จัดหาเงินทุนสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง และใช้ประโยชน์จากระบบธนาคารต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด
นอกจากนี้ ชุดมาตรการยังพุ่งเป้าไปที่ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล และหน่วยงานที่ดำเนินงานบนแพลตฟอร์มที่ให้ความสำคัญกับรัสเซีย ซึ่งรวมถึงธนาคารในคีร์กีซสถาน และบริษัทหลายแห่งที่จดทะเบียนในเขตอำนาจศาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น จอร์เจีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว
???? UK TARGETS RUSSIAN CRYPTO NETWORKS IN NEW SANCTIONS PUSH
— NewsForce (@Newsforce) May 26, 2026
Britain has frozen assets and blocked UK firms from processing payments or maintaining banking ties with the targeted entities.
Officials say the measures focus on “shadow financial systems” allegedly used to route… pic.twitter.com/cPAu5olu0T
ด้านรัฐบาลลอนดอนระบุว่า สหราชอาณาจักรกำลัง “ติดตามและปิดกั้น” เส้นทางการชำระเงินที่สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน
“เราจะดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดต่อไป ร่วมกับพันธมิตรของเรา เพื่อเปิดโปง ขัดขวาง และทำลายเครือข่ายเหล่านี้ และทำให้แน่ใจว่าผู้ที่สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย จะต้องได้รับผลที่ตามมา” นางอีเวตต์ คูเปอร์ รมว.การต่างประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวในแถลงการณ์
อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำสหราชอาณาจักร ระบุในแถลงการณ์ว่า มาตรการคว่ำบาตรต่อต้านรัสเซีย ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเปล่าประโยชน์ เนื่องจากรัสเซียปรับตัวเข้ากับแรงกดดันจากภายนอกมานานแล้ว และจะไม่เปลี่ยนแปลงแนวทางตามความต้องการของรัฐบาลลอนดอน.
เครดิตภาพ : REUTERS



