สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่า มาตรการดังกล่าวมุ่งเน้นไปยังสิ่งที่รัฐบาลลอนดอนเรียกว่าเป็น “ระบบการเงินลับ” ที่สนับสนุนเศรษฐกิจสงครามของรัสเซีย รวมถึงเครือข่ายเอ7 (A7) ที่ได้รับการสนับสนุนจากทำเนียบเครมลิน ซึ่งถูกใช้เพื่อโอนเงิน จัดหาเงินทุนสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง และใช้ประโยชน์จากระบบธนาคารต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด

นอกจากนี้ ชุดมาตรการยังพุ่งเป้าไปที่ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล และหน่วยงานที่ดำเนินงานบนแพลตฟอร์มที่ให้ความสำคัญกับรัสเซีย ซึ่งรวมถึงธนาคารในคีร์กีซสถาน และบริษัทหลายแห่งที่จดทะเบียนในเขตอำนาจศาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น จอร์เจีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว

ด้านรัฐบาลลอนดอนระบุว่า สหราชอาณาจักรกำลัง “ติดตามและปิดกั้น” เส้นทางการชำระเงินที่สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน

“เราจะดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดต่อไป ร่วมกับพันธมิตรของเรา เพื่อเปิดโปง ขัดขวาง และทำลายเครือข่ายเหล่านี้ และทำให้แน่ใจว่าผู้ที่สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย จะต้องได้รับผลที่ตามมา” นางอีเวตต์ คูเปอร์ รมว.การต่างประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวในแถลงการณ์

อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำสหราชอาณาจักร ระบุในแถลงการณ์ว่า มาตรการคว่ำบาตรต่อต้านรัสเซีย ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเปล่าประโยชน์ เนื่องจากรัสเซียปรับตัวเข้ากับแรงกดดันจากภายนอกมานานแล้ว และจะไม่เปลี่ยนแปลงแนวทางตามความต้องการของรัฐบาลลอนดอน.

เครดิตภาพ : REUTERS