เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 พ.ค. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ แถลงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยากทำความเข้าใจว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้บอกว่าหมวด 1 และหมวด 2 แก้ไขไม่ได้ แต่เราเห็นว่าถ้าจะมีใครเสนอแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ขอให้มีการนำเสนอเฉพาะประเด็นนั้น เพื่อให้เกิดการพิจารณาที่ชัดเจน ไม่ใช่เอาเรื่องการแก้ไขหมวดดังกล่าวไปรวมกับมาตราอื่น ดังนั้นในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เราจึงมีข้อจำกัดว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องคงไว้ซึ่งสาระของหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนรูปแบบของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ประกอบไปด้วยสมาชิก 100 คน 80 คน มาจากการหยั่งเสียงของประชาชนผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ในแต่ละจังหวัด แล้วแต่ละจังหวัดก็จะส่งมา 3 ชื่อ แล้วส่งเข้ามาให้สภาเป็นผู้คัดเลือก 80 คน โดยหลักการ 1 คน ออกเสียงได้ 1 เสียง ป้องกันกลุ่มการเมือง พรรคการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งผูกขาดเลือก ส.ส.ร. เสมือนกับว่าเลือกได้เป็นเสียงข้างมาก ทั้งนี้ให้ผู้ที่ได้คะแนนมากสุด 80 คนแรกเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ถ้ายังไม่ครบก็ลงคะแนนรอบที่ 2 หรือถ้าคะแนนเท่ากันก็เลือกระหว่างผู้ที่มีคะแนนเท่ากันจนครบ 80 คน

ส่วนอีก 20 คน เป็นผู้เชี่ยวชาญ ตุลาการศาลฎีกาคัดเลือกกันเอง 5 คน ตุลาการศาลปกครอง 5 คน และอีก 10 คน จะแบ่งเป็น 5 คน คือผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ กฎหมายมหาชน อีก 5 คน มาจากนักวิชาการสาขารัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ โดยให้ที่ประชุมอธิการบดีเป็นผู้ออกแบบในการคัดเลือกเข้ามา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ด้วยวิธีนี้ ก็จะได้ ส.ส.ร. ครบ 100 คน เราจะค่อนข้างยืดหยุ่น ไม่ไปเขียนรายละเอียดว่า ส.ส.ร. จะต้องตั้งกรรมาธิการอะไร อย่างไร โดยให้เป็นสิทธิของท่านจัดทำรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 240 วัน โดยที่ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามวิธีการที่ ส.ส.ร. จะไปกำหนดเอง จากนั้นก็เสนอร่างกลับเข้ามาให้สภาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ หรืออยากจะมีข้อสังเกตให้แก้ไข ถ้ามีข้อสังเกต ส.ส.ร. ก็จะกลับไปทบทวนว่าจะเอาตามที่สภาเสนอ หรือจะยืนยันความเห็นเดิม สุดท้ายสภาก็ต้องให้ความเห็นชอบโดยใช้เสียง 3 ใน 5

“ตรงนี้ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งที่นำมาสู่การยุบสภาเหมือนครั้งที่แล้ว ว่าวุฒิสภายังควรจะมีสิทธิในการวีโต้ หรือว่าต้องอาศัยเสียงวุฒิสภาจำนวนหนึ่ง หรือฝ่ายค้านจำนวนหนึ่งหรือไม่ แต่เราคงหลักการว่าไม่ได้ให้ผ่านโดยเสียงข้างมากอย่างเดียว เราจึงเพิ่มเป็น 3 ใน 5 คิดว่าการได้เสียง 3 ใน 5 น่าจะเพียงพอในการยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐสภาในการที่จะเห็นชอบ จากนั้นก็ไปทำประชามติ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า เราเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 เสนอว่า ต่อไปนี้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก็ใช้กติกา 3 ใน 5 เลย ไม่ต้องไประบุเรื่องจำนวนสมาชิกวุฒิสภา จำนวนฝ่ายค้านที่ต้องเห็นชอบ ทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่เราได้ดำเนินการไป ซึ่งเราถือว่าตรงกับจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญปี 60 มาโดยตลอด เป็นการทำในลักษณะที่คำนึงถึงเสียงข้างน้อยด้วย คำนึงถึงคำวินิจฉัยศาลด้วย และคำนึงถึงการประหยัดทรัพยากรของประเทศด้วย ทั้งนี้ ประชาธิปัตย์จะขอรายชื่อสนับสนุนให้พอต่อการยื่นร่าง