สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ว่า สงครามของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้การค้าชะงักงัน ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน และก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
สถาบันระดับโลกหลายแห่งระบุว่า เศรษฐกิจโลกยังคงมีความยืดหยุ่น แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งกระทบอย่างมากต่อประเทศที่ยากจนกว่า ผ่านราคาเชื้อเพลิงและปุ๋ยที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงต่อการจ้างงาน
IMF, World Bank, others warn Middle East war is straining energy supplieshttps://t.co/zsATPcS8nY
— AL-MONITOR (@AlMonitor) May 30, 2026
ทั้งนี้ หัวหน้าของกลุ่มต่าง ๆ กล่าวในแถลงการณ์ร่วมว่า พวกเขาประชุมกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงวิธีการตอบสนองต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากสงคราม
ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า เขาจะตัดสินใจเกี่ยวกับข้อตกลงที่เป็นไปได้กับอิหร่าน เพื่อขยายเวลาหยุดยิง ซึ่งจะต้องรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการทำลายศักยภาพของรัฐบาลเตหะราน ในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์
“หากการขนส่งทางเรือไม่กลับสู่ภาวะปกติ การลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของปริมาณน้ำมันคงคลัง ก่อนช่วงฤดูร้อนที่มีความต้องการน้ำมันสูงสุดในซีกโลกเหนือ จะก่อให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อความมั่นคงด้านเชื้อเพลิง สภาวะตลาด และความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจในวงกว้าง” สถาบันต่าง ๆ ระบุทิ้งท้าย.
เครดิตภาพ : REUTERS



