นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่าง เป็นประธานกล่าวเปิดตัวโครงการ “ติดปีกดิจิทัลเพื่อเกษตรกรไทย” ณ ห้องประชุมสุธีธรรม อารีกุล ชั้น 1 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (วิทยาเขตบางเขน) ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Meta (Facebook ประเทศไทย) ในการร่วมกันยกระดับและพลิกโฉมภาคการเกษตรไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ว่า ภาคเกษตรถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทยที่มีพี่น้องเกษตรกรกว่า 12 ล้านครัวเรือน ซึ่งในปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกได้เปลี่ยนผ่านสู่ช่องทางออนไลน์อย่างรวดเร็ว เกษตรกรไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ
โครงการนี้จึงมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงตลาดโลกได้ด้วยตัวเองผ่านเครื่องมือดิจิทัลและระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงฯ ให้เป็นวิทยากรต้นแบบ (Train the Trainer) เพื่อนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดต่อทั่วประเทศ โดยเชื่อมั่นว่าหากนำภูมิปัญญาและความขยันของเกษตรกรมาผสานเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะช่วยสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนให้แก่พี่น้องเกษตรกรได้อย่างแน่นอน
ศ. ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการยกระดับสินค้าเกษตรไทยในปัจจุบันคือ การสร้างเรื่องเล่าเพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็นคุณค่าและมูลค่าที่แท้จริงของสินค้า ยกตัวอย่างเช่น หอมแดง ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะมีคุณประโยชน์และสรรพคุณเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน หากสามารถนำจุดเด่นเหล่านี้มาเรียบเรียงเป็นเรื่องราวที่มีเสน่ห์ ก็จะสามารถเปลี่ยนจากความเดือดร้อนด้านราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ให้กลายเป็นจุดขายที่ดึงดูดผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังพร้อมให้การสนับสนุนในส่วนของ Pilot Plant หรือโรงงานต้นแบบ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงกระบวนการแปรรูปสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรในฐานะผู้ผลิตต้นน้ำมีความเข้มแข็ง สามารถมองเห็นทิศทางและการเชื่อมโยงกับเครือข่ายตลาดได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้วางแผนได้ว่าในแต่ละช่วงฤดูกาลควรเลือกปลูกพืชชนิดใด หรือควรทำอาชีพเสริมในรูปแบบใดจึงจะตอบโจทย์ความต้องการของตลาดรูปแบบใหม่ได้ดีที่สุด
“ กระทรวง อว. พร้อมส่งแรงหนุนผ่าน โครงการแก้จนในทุกพื้นที่ โดยจะนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีเชิงลึกเข้าไปบูรณาการร่วมกัน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายร่วมในการผลักดันให้จีดีพีภาคการเกษตรขยับตัวสูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในระยะเร่งด่วน”



