ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศแปรปรวนจากภาวะโลกร้อน และอิทธิพลรุนแรงของปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ที่กำลังส่งผลกระทบให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาวะฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน อากาศร้อนแล้งจัด ล่าสุด กรมวิชาการเกษตรได้ออกโรงแจ้งเตือนพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่ภาคเหนือ ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับการระบาดของ “ด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นกาแฟ” อย่างใกล้ชิด ก่อนที่สวนกาแฟจะเสียหายจนยากจะเยียวยา
สภาพอากาศที่ร้อนแล้งจัดทำให้ต้นกาแฟเกิด “ความเครียดอย่างรุนแรงเนื่องจากขาดแคลนน้ำ” และส่งผลให้ต้นพืชอ่อนแอลงอย่างมาก ซึ่งกลายเป็นปัจจัยเร่งให้ ด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นกาแฟ เข้าทำลายได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
กลุ่มเสี่ยงสูง ต้นกาแฟที่มีอายุระหว่าง 3–7 ปี ที่ปลูกในสภาพ พื้นที่โล่งและกลางแจ้ง พฤติกรรมการทำลายสุดร้ายกาจ: ตัวหนอนของด้วงชนิดนี้จะเจาะเข้าไปกัดกินเนื้อเยื่อและท่อลำเลียงน้ำและอาหารภายในลำต้นและกิ่งหลัก ส่งผลให้ระบบลำเลียงหยุดชะงัก ต้นกาแฟที่อ่อนแออยู่แล้วจากภัยแล้งจะเกิดอาการทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว ใบเหลือง กิ่งแห้งเหี่ยว และยืนต้นตายในที่สุด
เพื่อป้องกันไม่ให้ความเสียหายแผ่ขยายเป็นวงกว้าง กรมวิชาการเกษตรเน้นย้ำให้เกษตรกรปฏิบัติตามแนวทางการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) อย่างเคร่งครัด ดังนี้ ตาสับปะรด…หมั่นสำรวจแปลง: ตรวจสอบร่องรอยขี้เลื่อยหรือเศษฝุ่นไม้บริเวณรูเจาะ รวมถึงอาการใบเหลืองและกิ่งแห้งตาย โดยเพิ่มความเข้มงวดบริเวณโคนกิ่งและลำต้นที่มีรอยแตกหรือบาดแผลเก่า หากพบกิ่งหรือต้นที่ถูกทำลายรุนแรง ให้ตัดแต่งและนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อตัดวงจรไม่ให้กลายเป็นแหล่งสะสมพันธุ์ในฤดูแล้ง
ใช้ชีวภัณฑ์นำทางส่งเสริมการใช้ศัตรูธรรมชาติ เช่น เชื้อราปฏิปักษ์ก่อโรคในแมลง (เชื้อราเมตาไรเซียม หรือ บิวเวอเรีย) ตามคำแนะนำ เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและหลีกเลี่ยงการพ่นสารเคมีที่จะไปทำลายระบบนิเวศ
เนื่องจากการฉีดพ่นทั่วไปไม่สามารถกำจัดหนอนที่อยู่ภายในลำต้นได้ หากจำเป็นต้องใช้ในระยะระบาดรุนแรง ให้ใช้ เข็มฉีดยาพ่นยาฆ่าแมลง ฉีดเข้าเข้ารูกล่องหนอนโดยตรง แล้วใช้ดินน้ำมันหรือปูนปลาสเตอร์อุดรูไว้ สูตรยาที่แนะนำ (ต่อน้ำ 20 ลิตร): เฟนิโทรไทออน (40 มล.) หรือ อิมิดาโครพริด (30 มล.)
หากเกษตรกรท่านใดมีข้อสงสัย หรือพบร่องรอยการระบาดในแปลง สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำเร่งด่วนได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย โทร. 053-160-812 หรือ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 053-114-121-5 เพื่อร่วมกันปกป้องผลผลิตกาแฟไทยให้รอดพ้นจากวิกฤตภัยแล้งครั้งนี้



