สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่า กองกำลังยามฝั่งฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์ว่า เรือของกองกำลังยามฝั่งจีนใช้น้ำแรงดันสูง ฉีดใส่เรือของสำนักงานประมงและทรัพยากรทางน้ำของฟิลิปปินส์ ระหว่างปฏิบัติภารกิจบริเวณแนวสันดอนสการ์โบโรห์ ในทะเลจีนใต้


การกระทำดังกล่าวละเมิดกฎระเบียบระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันการชนกันในทะเล และเป็นการทำให้เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม ต้องตกอยู่ในอันตราย


อย่างไรก็ตาม กองกำลังรักษาชายฝั่งจีนออกแถลงการณ์ว่า ติดตามและขับไล่เรือของฟิลิปปินส์ 2 ลำ ซึ่งมีพฤติกรรมว่า “รุกล้ำ” เข้ามาในน่านน้ำของจีน ใกล้แนวสันดอนสการ์โบโรห์ ทั้งที่จีนแจ้งเตือนไปก่อนแล้ว พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการเผชิญหน้าครั้งที่สอง ระหว่างทั้งสองประเทศในทะเลจีนใต้ ภายในสัปดาห์นี้


ทั้งนี้ แนวสันดอนสการ์โบโรห์ ซึ่งจีนเรียกว่า “เกาะหวงเหยียน” เป็นหนึ่งในพื้นที่พิพาทสำคัญในทะเลจีนใต้ โดยทั้งจีนและฟิลิปปินส์ต่างอ้างอธิปไตยเหนือพื้นที่ดังกล่าว


เหตุการณ์ล่าสุดที่แนวสันดอนสการ์โบโรห์ เกิดขึ้นหลังทั้งสองประเทศยื่นหนังสือประท้วงต่อกัน จากกรณีเผชิญหน้าที่สันดอนโธมัสที่สอง เมื่อต้นสัปดาห์นี้ และนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่กรุงมะนิลา นายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน เตือนฟิลิปปินส์ว่า หากยังคงยั่วยุโดยอาศัยการสนับสนุนจากประเทศภายนอก ฟิลิปปินส์จะต้องเผชิญกับ “ผลลัพธ์อันขมขื่นที่เกิดจากการกระทำของตนเอง”.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS