เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 69 นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก และรองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีที่ นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ตนกล่าวหา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ อย่างเลื่อนลอย และย้ำว่า MOU ไทย-จีนที่นายสุริยะลงนามครั้งล่าสุด ไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากประเทศจีนนั้น ไม่ทราบว่า นายกฤชนนท์ เข้าใจในสิ่งที่ตนสื่อสารไปก่อนหน้านี้หรือไม่ เหมือนเป็นการถามม้าตอบแพะ เพราะคำชี้แจงทั้งหมดกลับตอบคนละประเด็น โดยพยายามโยงไปที่บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทยกับจีน ทั้งที่ตนไม่ได้กล่าวถึง MOU ดังกล่าวแม้แต่น้อย

MOU ที่ลงนามระหว่างการเยือนประเทศจีนครั้งล่าสุด เป็นความร่วมมือด้านพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกันและสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคเพื่อการส่งออก รวมถึงความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือที่ริเริ่มไว้ตั้งแต่สมัย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ โดยนายสุริยะก็เป็นแค่เมสเซนเจอร์ไปลงนามอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ขอให้โฆษกกระทรวงเกษตรฯ ตั้งสติให้ดี สิ่งที่ผมถามนายสุริยะ คือ กรณีที่สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) แสดงความประสงค์ส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง เนื้อสัตว์ปีกปรุงสุก รวมถึงผลิตภัณฑ์พลอยได้จากสัตว์ปีก เช่น ตับไก่ และตีนไก่ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ได้มีการหารือเรื่องนี้หรือไม่ ผมไม่ได้เชื่อมโยงไปถึง MOU แต่อย่างใด

ในฐานะ สส.ที่เป็นตัวแทนประชาชน มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร และมีสิทธิตั้งคำถามต่อรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกที่กำลังวิตกกังวลกับกระแสข่าวการเปิดตลาดนำเข้าสินค้าสัตว์ปีกจากจีน ขอให้ตอบว่า ประเทศไทยจะเปิดนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีนใช่หรือไม่ แม้จะยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของกรมปศุสัตว์ แต่รัฐมนตรีต้องมีคำตอบและมีท่าทีที่ชัดเจน ขอเรียกร้องให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมาชี้แจงด้วยตนเองว่า ท่านมีนโยบายอย่างไรต่อข้อเสนอของจีน และจะมีมาตรการปกป้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกไทยอย่างไร หากมีการเปิดให้นำเข้าสินค้าสัตว์ปีกจากต่างประเทศในอนาคต