สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เข้าร่วมงานเลี้ยงประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว ที่โรงแรมวัลดอล์ฟ แอสโทเรีย ในกรุงวอชิงตัน หลังงานเดิมเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ต้องยกเลิกกลางคัน เนื่องจากเกิดเหตุชายติดอาวุธพยายามบุกจุดตรวจรักษาความปลอดภัย และก่อเหตุยิงปืนนอกสถานที่จัดงาน
ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน ด้วยท่าทีผ่อนคลาย สลับการกล่าวหยอกล้อกับการวิจารณ์สื่อมวลชน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้นำสหรัฐมักเรียกว่า “สื่อข่าวปลอม” พร้อมพาดพิงและวิพากษ์วิจารณ์นักข่าว นักการเมือง และคนดังในสังคมอีกหลายคน
.@POTUS expresses his gratitude to the heroic men and women of the @SecretService at the White House Correspondents' Association Dinner:
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) July 25, 2026
"We salute you and we thank you with all of our hearts." ???????????? pic.twitter.com/1mUYihs8cw
ทรัมป์กล่าวติดตลกในตอนหนึ่งว่า ผู้ร่วมงานจำนวนมากเป็นกลุ่มที่มีอาการ “ต่อต้านทรัมป์อย่างรุนแรง” พร้อมกล่าวว่า ผู้ร่วมงาน “โชคดี” ที่งานครั้งก่อนต้องยุติก่อนกำหนด เพราะเขาเตรียมวิจารณ์สื่อหลายสำนักอย่างหนัก
.@POTUS: "@PressSec may have one of the hardest jobs in the White House. She has to deal with all of you all of the time and you can be very difficult… this place is really the largest group of Trump Derangement Syndrome people ever put together at one time I suspect."???? pic.twitter.com/Z3hpmguHOv
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) July 25, 2026
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังยืนยันว่า จะไม่ยอมจำนนต่อความรุนแรงทางการเมือง พร้อมยกย่องเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดี หรือซีเคร็ต เซอร์วิส โดยเฉพาะนายวิกเตอร์ กอนซาเลส ซึ่งถูกยิงระหว่างปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเหตุการณ์เมื่อเดือน เม.ย. และได้รับการยกย่องว่าสามารถยับยั้งผู้ก่อเหตุได้
ด้านนางเจียง เว่ยเจีย ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการยืนยันว่า สื่อมวลชนจะไม่ยอมถูกข่มขู่ด้วยความรุนแรง และจะไม่ปล่อยให้การก่อเหตุครั้งนั้นเป็นบทสรุปของเสรีภาพสื่อ
ทั้งนี้ งานเลี้ยงประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว จัดต่อเนื่องมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ เพื่อระดมทุนสำหรับทุนการศึกษาด้านวารสารศาสตร์ และส่งเสริมเสรีภาพสื่อ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งที่ 1.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS


