สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ทรงสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา


แหล่งข่าวฝ่ายสหรัฐระบุว่า ซาอุดีอาระเบียต้องการทราบรายละเอียด เกี่ยวกับแผนปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ของสหรัฐ และเรียกร้องให้ทรัมป์ใช้ความพยายามลดระดับความตึงเครียด และหลีกเลี่ยงการโจมตีครั้งใหม่


ทั้งนี้ ทรัมป์กำลังพิจารณาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อตอบโต้การที่อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน และเดินหน้าขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ผู้นำสหรัฐประกาศระงับแผนการในเวลาต่อมา


ขณะเดียวกัน เจ้าชายคาลิด บิน ซัลมาน รมว.กลาโหมซาอุดีอาระเบีย เข้าพบทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังหารือกับรองประธานาธิบดีเจ.ดี. แวนซ์ เพื่อย้ำจุดยืนของรัฐบาลริยาด ที่ต้องการลดความตึงเครียดกับอิหร่าน


ซาอุดีอาระเบียถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญของสหรัฐในตะวันออกกลาง และมีบทบาทในการโน้มน้าวนโยบายของรัฐบาลวอชิงตันต่ออิหร่านในหลายช่วงสำคัญ นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา


นอกจากนี้ กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตุรกี และปากีสถาน ต่างเร่งผลักดันให้สหรัฐและอิหร่านลดระดับความขัดแย้ง ขณะที่นายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน หารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของปากีสถาน ตุรกี และซาอุดีอาระเบีย


อารักชีเตือนว่า การดำเนินการที่เป็นปรปักษ์จากสหรัฐหรืออิสราเอล รวมถึงการสนับสนุนหรือให้ความร่วมมือจากประเทศในภูมิภาค จะได้รับการตอบโต้อย่างเด็ดขาดและได้สัดส่วนจากอิหร่าน


นอกจากนี้ กาตาร์หารือแยกกับอารักชี นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกลางของทำเนียบขาว และเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลโอมาน เพื่อผลักดันข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้สำหรับการเดินเรือได้อีกครั้ง แม้มีรายงานว่าการเจรจามีความคืบหน้า แต่ยังไม่แน่ชัดว่า จะเพียงพอที่จะคลี่คลายวิกฤติได้หรือไม่.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES