สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยผลสำรวจประชาชนกว่า 5,000 รายทั่วประเทศ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ประสบความสำเร็จสูง ช่วยลดค่าครองชีพและปลุกกำลังซื้อรากหญ้าได้ตรงจุด ชี้สินค้ากลุ่มอาหารและของใช้จำเป็นถูกเลือกมากที่สุด พร้อมเดินหน้าต่อยอดโครงการ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ลดราคาสินค้าสูงสุด 60% เติมแรงส่งเศรษฐกิจชุมชนต่อเนื่อง

1. สถิติการเข้าถึงและข้อจำกัดสำคัญ

  • อัตราการเข้าร่วมสูงถึง 71.77% ขณะที่กลุ่มไม่ได้ใช้สิทธิ (28.23%) ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว
  • อุปสรรคสำคัญ: ติดปัญหาความไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัล สแกนหน้าไม่ผ่าน สมาร์ทโฟนไม่รองรับแอปพลิเคชัน และปัญหาการลงทะเบียนไม่ทัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ

2. สินค้ายอดนิยมและการเปลี่ยนพฤติกรรมใช้จ่าย

  • หมวดสินค้ายอดฮิต: อันดับ 1 คือ อาหารพร้อมทาน (ข้าวราดแกง/ก๋วยเตี๋ยว) สูงถึง 48.22% ตามด้วย อาหารสด (38.87%) และของใช้ประจำวัน (32.22%)
  • ผลตอบรับเชิงบวก: ประชาชน 36.96% กล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และนำเงินที่ประหยัดได้ไปหมุนเวียนใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ ออมเงิน ชำระหนี้ รวมถึงกลับมาอุดหนุนร้านค้าในชุมชนเพิ่มขึ้น
  • กระแสตอบรับร้านค้า: ผู้ตอบแบบสำรวจ รวมกว่า 70% ยืนยันว่าจะกลับไปซื้อสินค้าจากร้านค้าเดิม แม้มาตรการจะสิ้นสุดลง ซึ่งช่วยสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้ร้านค้ารายย่อยในระยะยาว

3. สะท้อนมุมมองเศรษฐกิจไทย

  • ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าโครงการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในระดับปานกลางถึงมาก
  • ด้านมุมมองเศรษฐกิจภาพรวม ประชาชน 44.96% มองว่าเศรษฐกิจจะทรงตัว และ 32.83% เชื่อว่าจะปรับตัวดีขึ้น

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. ระบุว่า พาณิชย์เตรียมปรับปรุงระบบการลงทะเบียนให้เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมต่อยอดมาตรการด้วยโครงการ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” จับมือร้านค้าส่ง-ค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ ยกทัพสินค้าอุปโภคบริโภคมาลดราคาสูงสุดถึง 60% ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ ควบคู่กับการสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการชุมชนอย่างยั่งยืน