นายวีริศ อัมระปาล กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านเริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว แต่ กยท. ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยจะเร่งเข้าตรวจสอบสภาพสวนยางของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. เพื่อประเมินระดับความเสียหายของต้นยาง หากสวนยางประสบภัยจนเสียสภาพสวน หรือต้นยางได้รับความเสียหายเกิน 20 ต้น/แปลง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กยท. จะจัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49(5) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง รายละไม่เกิน 3,000 บาท พร้อมทั้งให้คำแนะนำการฟื้นฟูสภาพสวนยางอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถติดต่อ กยท.จังหวัด/สาขา ในพื้นที่ที่สวนยางตั้งอยู่ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ประสบภัยหรือวันที่เหตุภัยพิบัตินั้นสิ้นสุด นอกจากนี้ ยังมีเงินทุนให้กู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางอีกรายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาล ปรับปรุงที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ หรือเป็นทุนในการประกอบอาชีพเพื่อให้พี่น้องชาวสวนยางสามารถฟื้นฟูสวนและกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
สำหรับในช่วงที่ผ่านมา กยท. ได้จัดถุงยังชีพบรรจุอาหารแห้ง และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น พร้อมน้ำดื่มสะอาด จำนวน 500 ชุด ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่อุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้ ทั้งนี้ ผู้ที่มีความประสงค์ร่วมช่วยเหลือหรือแบ่งปันน้ำใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย สามารถร่วมบริจาคเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาบางขุนนนท์ เลขที่บัญชี 058-0-37995-7 ชื่อบัญชี “กยท. เงินบริจาคเพื่อผู้ประสบภัยธรรมชาติ” ได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 กันยายน 2569



