สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองอัลมาตี ประเทศคาซัคสถาน เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่าคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของคาซัคสถานเผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อวันเสาร์ เรื่องการจับกุมนายคาริม มาสซิมอฟ อดีตประธานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติ ฐานต้องสงสัยเป็นกบฏ โดยยังไม่มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก แต่มาสซิมอฟเข้าร่วมการประชุมกับประธานาธิบดีคาสซิม โจมาร์ต-โทคาเยฟ เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา และหลังจากนั้น “ถูกปลด”
Karim Massimov attended the meeting of the Security Council on Jan 5th as the chairman of the National Security Committee of #Kazakhstan. He was later dismissed. Today morning he was detained for treason. #KazakhstanProtests pic.twitter.com/NCkBWRo5WG
— AlSaidy (@alsa3idy) January 8, 2022
Widespread unrest continues in Kazakhstan after President Kassym-Jomart Tokayev authorizes security forces to use lethal force Friday https://t.co/sKx6QprrHm pic.twitter.com/wOSAkBGOxW
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) January 8, 2022
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐประกาศการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่การทูตชาวอเมริกันประจำสถานเอกอัครราชทูต ในกรุงนูร์สุลต่าน และสถานกงสุลใหญ่ประจำเมืองอัลมาตี ซึ่งไม่มีกิจธุระเร่งด่วน สามารถเดินทางกลับได้ตามความสมัครใจ ส่วนผู้ที่สมัครใจอยู่ต่อ รวมถึงพลเมืองซึ่งกำลังท่องเที่ยวอยู่ในคาซัคสถาน ขอให้ดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ในเวลาเดียวกับที่โทคาเยฟยืนยัน “ไม่เจรจาอย่างเด็ดขาดกับฝ่ายต่อต้าน” โดยยืนกรานว่า บรรดาผู้ก่อความไม่สงบต้องวางอาวุธสถานเดียว ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในเชิงไม่พอใจ ต่อการที่คาซัคสถานขอความสนับสนุนทางทหารจากองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม (ซีเอสทีโอ) ซึ่งมีรัสเซียเป็นหัวเรือใหญ่ ว่ารัฐบาลวอชิงตัน “ไม่เข้าใจ” ว่าเพราะเหตุใด ทางการคาซัคสถานจึงต้องการ “ความช่วยเหลือจากภายนอก”
Sec. of State Blinken: "We have questions about the nature of the request" by Kazakhstan for Russian/CSTO peacekeeping forces in the face of recent protests. pic.twitter.com/uEZLGtyfHH
— Forbes (@Forbes) January 7, 2022
#Kazakhstan President #Tokayev says he ordered army to 'open fire with lethal force' pic.twitter.com/9rOD18CKZR
— Ruptly (@Ruptly) January 7, 2022
ทั้งนี้ รายงานของกระทรวงมหาดไทยคาซัคสถานระบุว่า มีผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 26 ราย เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย และมีการจับกุมผู้ก่อความไม่สงบมากกว่า 3,000 คน โดยชนวนเหตุของการลุกฮือมาจากความไม่พอใจราคาเชื้อเพลิงที่แพงขึ้น แล้วบานปลายกลายเป็นการขับไล่รัฐบาลของโทคาเยฟ ทายาทการเมืองของนายนูร์สุลต่าน นาซาร์บาเยฟ ผู้นำคนแรกของคาซัคสถาน ซึ่งผูกขาดการปกครองประเทศยาวนาน 3 ทศวรรษ จนกระทั่ง “สละอำนาจผ่านการเลือกตั้ง” เมื่อปี 2562.
เครดิตภาพ : REUTERS



