สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบในยูเครน ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน “จะไม่มีทางประสบความสำเร็จ” ในการยึดครอง “ยูเครนทั้งประเทศ” แต่สหรัฐเชื่อว่าผู้นำรัสเซีย “จะยังคงเลือกเดินบนเส้นทางของการเป็นฆาตกรต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
ในโอกาสนี้ ผู้นำสหรัฐประกาศมาตรการ “โจมตีเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจรัสเซีย” นั่นคือ “การระงับนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติเหลว ( แอลเอ็นจี ) และพลังงานทุกชนิดที่มาจากรัสเซีย” หมายความว่า นับจากนี้เป็นต้นไป ท่าเรือของสหรัฐจะไม่ยอมรับเรือบรรทุกน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน แอลเอ็นจี และพลังงานทุกชนิด ซึ่งมีต้นทางมาจากรัสเซียอีกต่อไป
Read more about the U.S. ban on imports of Russian oil, liquefied natural gas, and coal: https://t.co/lMyvmhcIgR
— The White House (@WhiteHouse) March 8, 2022
ไบเดนยอมรับว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างหนัก ต่อค่าครองชีพของชาวอเมริกัน อย่างไรก็ตาม “การปกป้องเสรีภาพย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย” บรรดาวุฒิสมาชิกทั้งจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันล้วนตระหนักดี และกำลังร่วมมือกัน เพื่อออกมาตรการรองรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในสหรัฐ
Russian oil will no longer be accepted at U.S. ports — and the American people will deal another powerful blow against Putin’s war machine. pic.twitter.com/dk7QNXnDA6
— President Biden (@POTUS) March 9, 2022
ทั้งนี้ทั้งนั้น หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า รัฐบาลวอชิงตันน่าจะดำเนินมาตรการดังกล่าวเพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากสหภาพยุโรป ( อียู ) ไม่สามารถมีมติร่วมกันได้ในเรื่องนี้ หลังเยอรมนีออกมาเตือน ว่าอียูไม่สามารถละทิ้งพลังงานของรัสเซียได้ กระนั้น สหราชอาณาจักรซึ่งลาออกออกจากสหภาพไปแล้ว ประกาศเตรียมยุติการนำเข้าน้ำมันของรัสเซีย ภายในสิ้นปีนี้.
เครดิตภาพ : REUTERS



