เรียน คุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่เคารพ
ผมเป็นชายสูงวัยอายุ 78 ปี เป็นข้าราชการบำนาญ ป่วยต่อมลูกหมากโตมาประมาณ 5 ปีกว่าแล้ว แต่ตอนนี้ได้รับการผ่าตัดต่อมลูกหมากแล้ว หลังการผ่าตัดต่อมลูกหมากใหม่ ๆ การขับถ่ายปัสสาวะคล่องตัวดี แต่ 2-3 เดือนมานี้พบว่าเกิดอาการปัสสาวะไม่สุด มันติดอยู่ในลำกล้องส่วนปลายทำให้เกิดอาการปวดมาก ยิ่งเวลากลางคืนจะปวดอย่างมากต้องรีดดึงน้ำปัสสาวะให้ออก
จึงไปพบหมอ หมอให้ยามาทานถ้าไม่หายให้กลับไปส่องกล้องใหม่ รู้สึกเครียดอย่างมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี อยากให้คุณหมอช่วยแนะนำด้วย จะผ่าตัดใหม่ หรือใช้ยากินและต้องกินยาอะไร ลดอาหารประเภทไหนบ้าง หรือแนะนำโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯก็ได้ ที่จะทำให้อาการที่ทรมานจิตใจอยู่ทุกวันนี้หายไปสักที
ด้วยความนับถืออย่างสูง
โอเล่
ตอบ โอเล่
โดยทั่วไปแล้วโรคต่อมลูกหมากโตไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร เพียงแต่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน กรณีของชายวัย 78 ปี ก็จะรักษาด้วยยา ยารักษาโรคนี้แบ่งเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มยากั้นอัลฟา1 จะออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบที่ควบคุมทางออกของปัสสาวะ ได้แก่ prazosin (Minipress) จะมีฤทธิ์สั้น สำหรับ terazosin (Hytrin) และ doxazosin (Cardura XL) ก็จะมีฤทธิ์ที่ยาวกว่า กินทีเดียวอยู่ได้ทั้งวัน อีกชนิดคือ tamsulosin (Flomax) มีฤทธิ์เกี่ยวข้องกับทางออกปัสสาวะมากที่สุด ซึ่งผลข้างเคียงที่พบได้ เช่น ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ เพลีย อวัยวะเพศไม่แข็งตัว เป็นต้น
ปัจจุบันมีการใช้ยาที่ลดอาการปัสสาวะลำบากคือยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์ที่ทำให้อ่อนตัว ซึ่งเป็นยาใช้บรรเทาอาการต่อมลูกหมากโตได้เหมือนกันและยังช่วยให้เกิดการแข็งตัวขององคชาตได้ดีอีกด้วย กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มยาต้านฮอร์โมนเพศ เช่น ยา finasteride (Proscar), dutaseride (Avodart) พวกนี้ทำให้ต่อมลูกหมากหดเล็กลงได้สัก 20-30% แต่อาจทำให้หมดอารมณ์ทางเพศ และอวัยวะเพศไม่แข็งตัว 3.มีอาการมากจำเป็นต้องผ่าตัด เอาต่อมลูกหมากออก อาการของต่อมลูกหมากโตเมื่อได้รับการผ่าตัดแล้วสามารถกลับมาเป็นได้ใหม่อีกอย่าได้กังวลใจมาก เมื่อเป็นก็ทำการรักษาตามอาการต่อไป หากดูแลสุขภาพตัวเองก็จะช่วยให้โอกาสเกิดต่อมลูกหมากโตได้น้อยลง
มีการศึกษาพบว่าสารพวกไฟโตเอสโตรเจน มีคุณสมบัติช่วยลดการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศชายต่อต่อมลูกหมากได้ ยับยั้งการโตขึ้นของต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการอุดกั้นแบบคงที่ได้ สารไฟโตเอสโตรเจนนี้พบมากในผัก ผลไม้ และธัญพืช เช่น แอปเปิล แตงโม หัวหอม กระเทียม ถั่วเหลือง เมล็ดต้นแฟลกซ์ ข้าว กระชาย ไพล พลัม สาลี่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการค้นพบสารต้านอนุมูลอิสระในอาหาร ซึ่งเชื่อว่าสามารถยับยั้งการโตขึ้นของต่อมลูกหมากได้เช่นกัน ซึ่งสารนี้พบในมะเขือเทศ ใบชา และชาเขียว ดังนั้นการบริโภคอาหารจำพวกผัก ผลไม้ และธัญพืชให้มากขึ้น และลดการบริโภคอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ และไขมันให้น้อยลง จึงน่าจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคต่อมลูกหมากโตได้ นอกจากนี้แล้วควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และกาเฟอีน เช่นกาแฟ การรักษาอาการต่อมลูกหมากโตจะต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์โดยเฉพาะแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะจะเป็นผู้พิจารณาว่าการรักษาด้วยวิธีไหนที่เหมาะสมกับอาการป่วยในตัวคนไข้มากที่สุด อย่าได้เครียดและกังวลใจมาก โรคต่อมลูกหมากโตสามารถรักษาได้.
ดร.โอ สุขุมวิท 51



