เช่น เรื่องอาชญากรรมจากแกงค์ข้ามชาติ เข้ามาลักพาตัวคนเล่นได้ เรื่องกาสิโนถูกใช้เป็นที่ฟอกเงิน เรื่องปัญหาสังคมต่างๆ ที่จะตามมาจากกาสิโน เช่น บางคนเล่นจนหมดตัวก็กระเทือนไปถึงครอบครัว เด็กและเยาวชนถูกสร้างค่านิยมว่า การพนันเป็นเรื่องที่ดี
ฝ่ายสนับสนุนเขาก็ว่า “คิดกันเยอะเกินไป” เพราะกาสิโนนี่สำหรับแขกต่างชาติ คนไทยถูกกำหนดเงื่อนไขให้เล่นหยุมหยิมมากมาย โดยเฉพาะเรื่องต้องมีเงินฝากในธนาคาร 50 ล้านบาทขึ้นไป ฝ่ายรัฐบาลบางคนยังแขวะเหน็บแนมว่า ทำไมไม่ไปก่อกระแสไล่หรือต้านบ่อนวิ่ง บ่อนเถื่อนตามชุมชนบ้าง
เรื่องแรก“คิดเยอะ”ฝ่ายที่ต่อต้านกาสิโนเขาก็ตอบว่า “เพราะความไม่ชัดเจนทำให้ระแวง” เนื่องจากกฎหมายไปให้อำนาจคณะกรรมการชุดเดียวกำหนดอะไรหลายๆ อย่างในการทำกาสิโนอย่างครอบจักรวาล บางเรื่องก็พูดกลับไปกลับมา เช่น การกำหนดเงินฝากของผู้เข้าเล่นกาสิโน และไม่มีหลักประกันว่าจะปรับเปลี่ยนกฎหมาย เล่นแร่แปรธาตุอะไรในชั้นกรรมาธิการอีก จนกลายเป็นกฎหมายที่เอื้อให้คนไทยเข้าไปเล่นได้มากขึ้น และการคาดการณ์รายได้ที่เคยทำเสนอในชั้นกรรมาธิการชุดที่ “รมช.หนิม”จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ถูกตั้งคำถามว่า ประเมินจากคนไทยเข้าไปเล่นหรือไม่
ที่คนขั้วรัฐบาลที่บอกว่า ทำไมไม่ไปก่อกระแสไล่บ่อนวิ่ง บ่อนเถื่อนตามชุมชน ก็พูดเหมือนไม่อ่านนโยบายรัฐบาลตัวเอง เพราะรัฐบาลเองเขาก็จะแก้กฎหมาย พ.ร.บ.การพนัน เพื่อเพิ่มโทษผู้จัดให้เล่นถึงขั้นยึดทรัพย์และติดตะราง และอีกอย่างคือการควบคุมการพนันออนไลน์ ( อยู่ในชั้นการพิจารณาของกระทรงมหาดไทยและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ) ซึ่ง “มันเป็นคนละเรื่องกับกาสิโน” ถ้ากฎหมายออกมาเกี่ยวกับเรื่องการคุมพนันออนไลน์ให้บางเรื่องถูกกฎหมาย หรือพนันแข่งสัตว์บางอย่างถูกกฎหมาย ก็ต้องมาแสดงฉันทามติกันอีกรอบ แต่การรวมพลังกันพูดว่าไม่เอากาสิโน นั่นคือก้าวแรกของการที่คนไทยต่อต้านการพนันบนดิน
มีเสียงค่อนแคะอีกว่า “รัฐบาลเขาก็บอกว่า เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์มีตั้งหลายอย่างในนั้น ไม่ใช่แค่กาสิโนเสียหน่อย ต้านกันไปเรื่อย” ถามว่า มีกิจการอะไรบ้าง ก็แล้วแต่กำหนดในบัญชีแนบท้ายกฎหมาย ก็มีความเห็นว่า “งั้นทำร่างกฎหมายใหม่ ไม่ต้องมีกาสิโน แล้วเปิดใช้ให้ได้ ไปสักพักค่อยพิจารณามีกาสิโนดีไหม ?” ทำนองว่า ถ้าเห็นว่า กิจการอื่นในนั้นมันกระตุ้นเศรษฐกิจได้ อย่างฮอลล์คอนเสิร์ต สวนสนุก สวนน้ำ พอทำกำไรจากนั้นค่อยๆ ทดลองทำกาสิโน โดยมีเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์นำร่องสักที่ ซึ่งข่าวว่า มีการแก้ไขกฎหมายให้การท่าเรือลงทุนได้ ทำให้เป็นที่จับตากันใหญ่ว่า จะพัฒนาพื้นที่คลองเตยเพื่อตั้งศูนย์หรือไม่
พอตั้งกาสิโนแล้วก็ต้องประเมินความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย อย่างคลองเตยก็เป็นเขตที่ประชาชาอาศัยหนาแน่น ก็ดูกันว่า การเกิดเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้น เพิ่มอย่างมีนัยยะสำคัญว่าเกี่ยวพันกับการมีกาสิโนหรือไม่ มีกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาเล่นกาสิโนอย่างมีความน่าสงสัยว่าเป็นการฟอกเงินหรือไม่ ( อันนี้คงพิสูจน์ยากหน่อย เพราะตอนนี้คนจีนเกลื่อนกรุงเทพไปหมด หลายคนก็อาศัยช่องว่างกฎหมายหรือการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่มาประกอบกิจการ หาเงินในไทยแบบเทาๆ ) มีการประกาศมาตรการป้องกัน แล้วมาตรการได้ผลหรือไม่ เช่น จากกรณีที่ “อดีตนายกฯแม้ว”ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 เม.ย.บอกว่า “นักการเมืองเล่นไม่ได้” เป็นจริงแค่ไหน
แต่ “นายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร ยืนยันว่า ต้องมีกาสิโน เพราะเป็นเครื่องมือหมุนเงินให้เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์คืนทุนได้เร็ว “การตั้งเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ อย่างไรก็ต้องมีกาสิโน และไม่ได้แปลว่าต่อไปนี้ในประเทศไทยกาสิโนถูกกฎหมายทุกที่ เรื่องนี้ถูกบิดเบือนเยอะ พอไปเน้นเรื่องกาสิโน เราเสียดายโอกาสของประเทศที่จะได้ไปต่อเพราะมันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เกมการเมืองก็เรื่องหนึ่งแต่เราต้องมาโฟกัสเรื่องการทำงาน เรื่องเศรษฐกิจ ต้องทำความเข้าใจให้ได้มากที่สุด คิดว่าช่วงปิดสมัยประชุมสภา 2 เดือนน่าจะเพียงพอในการทำความเข้าใจ แต่คิดว่าตอนนี้ยังไม่ต้องทำประชามติ จะให้ทันในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ก็รอดูกระบวนการ
“ตั้งแต่มาเป็นนายกฯ 7 เดือน เราพลาดงานใหญ่ไปเยอะเพราะไม่มีสถานที่รองรับที่ใหญ่พอ เช่น คอนเสิร์ต การสร้างสถานที่จัดคอนเสิร์ต พันล้าน หมื่นล้านบาท ขายตั๋วเมื่อไรจะคืนทุน เงินกาสิโนจะช่วยเรื่องการหมุนเงินมันเป็นภาพใหญ่เรื่องเศรษฐกิจ ให้สร้างอย่างอื่นก่อนแล้วค่อยสร้างกาสิโนจะไม่มีเงินหมุนกลับมา อย่างโรงแรมกว่าจะคืนทุนก็ 5-7 ปี เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์สร้างใหญ่ขนาดนั้น เงินคืนทุนไม่ทันแน่นอน เชื่อว่าเกมการเมืองมาจากทุกที่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะคิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติก่อนเกมการเมือง เวลาเรื่องมากมายหลายสิ่งก็หัวจะปวด”
สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ พักกฎหมายไป ไม่รู้มีกำหนดหรือไม่ แต่เวลา 2 เดือนที่จะทำความเข้าใจกับประชาชน ยังไม่รู้ว่า รัฐบาลจะใช้วิธีไหนที่จะเปลี่ยนความเข้าใจว่า “กาสิโนไม่มีผลในเรื่องมอมเมา แต่มันเป็นการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนขนาดใหญ่” จะให้เปิดรับฟังความเห็นทางเวบไซด์ law.or.th ปรากฏว่า ก่อนหน้านี้ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.ได้ออกมาแถลงข่าวฉีกหน้ารัฐบาลว่า “รัฐบาลอ้างทำความเห็นตามเว็บไซต์ law.go.th. ว่ามีประชาชนเห็นด้วย 87% ผมตรวจสอบแล้วพบว่า คนเดียวสามารถแสดงความเห็นกี่ครั้งก็ได้ เพราะไม่มีการยืนยันตัวตน จึงไม่น่าเชื่อถือ”
แถมว่า หากสภาโหวตรับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว สว.จะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตรวจสอบจริยธรรม สส. ขณะที่ สว.บางส่วนเห็นว่า “ต้องทำประชามติ” ซึ่งไปใช้กฎหมายประชามติเดิมก่อนฉบับแก้ไขก็ได้ แต่ปัญหาคือ การทำประชามติมันครั้งนึง 300 ล้านบาท แล้วยังจะต้องทำประชามติเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก ดูสิ้นเปลืองงบประมาณในระยะเวลาที่ไม่รู้ว่า เศรษฐกิจไทยจะผันผวนอีกเท่าไรจากนโยบายอเมริกาขึ้นภาษีสินค้านำเข้า และปัญหาอื่นๆ ที่ยังคาดการณ์ไม่ได้ในอนาคต
“บทสู้หลังชนฝา” คือการที่มีข่าวว่า “อดีตนายกฯแม้ว”ทักษิณ ชินวัตร เองนั่นแหละที่ต้องการให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา กระบวนการอะไรถึงได้เร่งรีบชนิดที่ถ้ากฎหมายที่รอพิจารณาอยู่เป็นคน คงมองตาปริบๆ กับกฎหมายฟาสต์แทรก หรือกฎหมายได้เส้นทางพิเศษ ข่าวเรื่องเร่งวาระนี่ออกมาเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ขณะที่ในคืนเดียวกัน มีข่าวออกมาอีกว่า “บางพรรคร่วมรัฐบาล”ไม่พร้อมจะร่วมลงเรือลำเดียวกันในการโหวตผ่าน พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งถ้าบอกว่า พรรคประชาชาติ ( ปช.) มันก็ใช่อยู่แล้ว เพราะ สส.เป็นมุสลิม แต่ ..พรรคการเมืองไหนล่ะ ที่เสียงมีมากพอจะมีนัยยะที่สะเทือนรัฐบาลได้
ก็ไม่น่าจะผิดจากที่เดา เพราะเห็นพรรคภูมิใจไทยหักกับพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ผู้โด่งดังแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง ให้สัมภาษณ์แบบตรงไปตรงมา “เรื่องเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ว่า ถ้าจะทำ ต้องไปทำประชาพิจารณ์ก่อน ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน รัฐบาลอย่าคิดว่าคุณใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประชาชนใหญ่ที่สุด เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ผลกระทบต่อรัฐบาล และวันนี้สังคมไทยเราก็มีปัญหาเยอะแยะมากมาย ความเข้มแข็งในครอบครัวก็ไม่มี มันต้องสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวก่อน และก็มาถามประชาชนดูว่า เขาต้องการไหม อย่าทึกทักเอาเอง อย่าคิดว่าคุณเป็นพรรคการเมือง เป็น สส. แล้วสิ่งที่คุณตัดสินใจคือความคิดของประชาชน”
“ผมเองก็ชอบเล่นการพนัน แต่ผมไม่เห็นด้วย เพราะผมมองว่าสังคมเรายังไม่เข้มแข็งพอ เรื่องนี้กระทบคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือ ต้องกลับไปถามประชาชนก่อน”
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาผลกระทบและมาตรการรับมือจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา “เลขานก”ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย อภิปรายตอนหนึ่งว่า “ผมขอประกาศในสภาฯอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่าผมนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ลูกชายคนโตของนายเนวิน และนางกรุณา ชิดชอบ จะไม่มีวันเห็นด้วยกับกาสิโน และไม่ใช่แค่ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่ทุกๆ พ.ร.บ.หลังจากนี้ แม้กระทั่งพ.ร.บ.ของพรรคภูมิใจไทย ที่เราคิดขึ้นมาแล้วนำเสนอเพื่อประโยชน์ของประเทศไทย อย่างนโยบายบ้านเกิดเมืองนอน ผมก็จะไม่พิจารณา เพราะสำหรับผมที่ศึกษามามันมีเรื่องที่เร่งด่วนกว่าอย่างมหาศาล”
ตัวใหญ่ในพรรคประสานเสียงกันแบบนี้ ร้อนถึง “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รีบยืนยันว่า ที่เลขาฯนก พูดไปเป็นความเห็นส่วนตัว แต่ในฐานะเลขาธิการของพรรคภูมิใจไทย เขาต้องทำตามมติของพรรคที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 เม.ย. มีการแถลงเรื่องนี้ภายหลังการประชุม ครม.แล้ว พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนมติพรรคร่วมรัฐบาล นายไชยชนกยังไม่ได้แจ้งและได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมพรรคว่าจะให้ลุกขึ้นชี้แจงในเรื่องเหล่านี้ในฐานะส่วนตัว แต่ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวก็ต้องแจ้งทางพรรคก่อน ดังนั้น จึงขออภัยในความไม่สะดวกด้วย
“ผมต้องชี้แจงนายกฯ ว่าสิ่งที่พูดนั้นไม่ใช่ในนามพรรคภูมิใจไทย และพูดว่าไม่สนับสนุนกฎหมายกาสิโนในช่วงนี้ เพราะเชื่อว่ายังมีเหตุการณ์อื่นที่สำคัญกว่า แม้แต่กฎหมายบ้านเกิดเมืองนอน ( จ่ายภาษีโดยระบุจะให้จังหวัดไหนก็ได้ ) ของพรรคภูมิใจไทย ก็จะไม่พิจารณา ซึ่งถือว่าคือความเป็นสส.ของเขา แต่ขอยืนยันว่า ไม่ใช่มติของพรรคภูมิใจไทย”นายอนุทิน กล่าวย้ำ และว่า ผิดคิวนิดหน่อย
เอาเถอะ ยังมีเวลาตกลงกันได้ ว่า จะทำให้ สส.เสียงเป็นเอกภาพทั้งรัฐบาลอย่างไรตั้งแต่วันปิดสมัยประชุมสภา จนถึงวันที่กฎหมายฉบับนี้เข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้ง แต่ถ้ากระแสม็อบดันจุดติด เกิดเป็น“ม็อบเสื้อขาวไม่เอาการพนัน” มีเครือข่ายพอๆ กับ กปปส. ก็อาจเกิดภาวะตัวใครตัวมันแล้ว ลอยแพ “พ่อแม้ว-ลูกอิ๊งค์” ว่าเป็นตัวต้นเรื่องกาสิโน
ช่วงปิดสภา คงเห็นการสื่อสารของรัฐบาลแข่งกับกลุ่มต้านรัฐบาลสนุกสนาน ฝั่งรัฐบาลนั้นมีตุ๊กตาที่จะพูดอยู่แล้วว่า 1. เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ กระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานมหาศาล 2.กาสิโน เป็นแค่ส่วนหนึ่งในเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีเงื่อนไขกำกับคนที่เข้าไปเล่น และกฎหมายมีบทว่าด้วยการห้ามบุคคลบางประเภทเข้า รวมถึงบำบัดติดพนัน กาสิโนมีเพื่อหมุนเงินให้เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์โตเร็ว 3.ไม่ได้ทำให้การพนันถูกกฎหมาย
และที่สำคัญ ถ้าอ้าง “เสียงประชาชน”ก็ควรบอกว่า ไปรับฟังจากไหน อย่างไร ให้เชื่อได้ ไม่ใช่ลมปากลอยๆ ประชาชนลุกฮือไล่รัฐบาลจากประเด็นจริยธรรมมีมาแล้วในรัฐบาลนายกฯ นามสกุลชินวัตร 2 คนก่อนหน้านี้.
………………………………………………………
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”



