ทั้งนี้ ย้อนดูสถิติช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ช่วง 10 วัน ช่วง 27 ธ.ค. 2567 – 5 ม.ค. 2568 เกิดอุบัติเหตุทางถนน-ทางรถยนต์ 2,467 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 2,376 คน มีผู้เสียชีวิต 436 คน ขณะที่สถิติช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 แค่ช่วง 7 วัน ช่วง 11-17 เม.ย. 2568 เกิดอุบัติเหตุ 1,538 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,495 คน มีผู้เสียชีวิต 253 คน ซึ่งสถิติ “อุบัติเหตุทางถนนทางรถยนต์” ดังกล่าวนี้…ยังไงก็ถือว่า “ความสูญเสียเกิดขึ้นไม่ใช่น้อย ๆ” และก็มิใช่เกิดเฉพาะรถใหญ่

รถเล็กรถยนต์ส่วนตัว” ยัง “เกิดมาก”

เกิดอุบัติเหตุมาก” แต่ก็ “มักไม่อื้ออึง”

แต่ยังไงก็ “ควรต้องตื่นตัวป้องกันเหตุ”

เกี่ยวกับ “อุบัติเหตุทางถนน-อุบัติเหตุทางรถยนต์” ที่วันนี้ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” พลิกแฟ้มชวนให้ “ตระหนักในการป้องกันเหตุ” กับพฤติกรรมที่เป็น “ต้นเหตุอุบัติเหตุ” นั้น นอกจากกรณี “เมาแล้วขับ” กรณี “ง่วงแล้วขับ” หรือกรณี “ขับเร็ว-ขับอันตราย” แล้ว กรณี “ประมาทระหว่างขับ-เสียสมาธิระหว่างขับ” นี่ก็อีก “ต้นเหตุอุบัติเหตุที่ควรต้องตระหนัก”

เรื่อง “สมาธิ” กับการ “ขับรถ” นั้น…ก็มีข้อมูลโดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เผยแพร่ “เตือนผู้ขับรถ” ไว้นานแล้ว โดยระบุถึง “สมาธิในการขับรถ” ไว้ หลักใหญ่ใจความมีว่า… เสียสมาธิ” เป็น “สาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุ” ที่บางครั้งอาจ “ทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้” ซึ่งส่วนใหญ่การเสียสมาธิขณะขับรถมักเกิดจากกิจกรรมที่ปฏิบัติโดย เคยชินจนมองข้ามอันตราย โดยกิจกรรมที่ทำให้เสียสมาธิมีหลายแบบ ทั้งทางกายภาพ ทางจิต หรือ 2 ทางรวมกัน

กิจกรรมที่ทำให้เสียสมาธิขณะขับรถ ก็เช่น… คุยโทรศัพท์มือถือ ส่งผลให้การตอบสนองต่อการขับขี่ช้าลง จนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งแม้ว่าจะใช้อุปกรณ์เสริมในการคุยโทรศัพท์ ก็ยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ, ใช้โปรแกรมคุยหรือแช็ททางโทรศัพท์มือถือ นี่ก็รบกวนสมาธิในการขับรถ จนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย …ซึ่งกิจกรรมแบบนี้ยุคนี้ก็ทำกันเกร่อ

รับประทานอาหาร นี่ก็ต้องย้ำว่าส่งผลต่อประสิทธิภาพในการขับรถ ยิ่งถ้าใช้ถ้วยชาม ใช้ช้อนส้อม ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ, แต่งหน้าหรือหวีผมนี่ก็ด้วย แม้จะทำในช่วงที่การจราจรติดขัดหรือรถจอดติดสัญญาณไฟแดง แต่หากสมาธิจดจ่ออยู่กับกิจกรรมนี้ ก็อาจลืมไปว่ากำลังขับรถ จนอาจเผลอปล่อยเบรก หรือเหยียบคันเร่ง จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ

พาเด็กเล็กไปด้วยตามลำพัง นี่ก็เสี่ยง ผู้ขับรถต้องละสายตาคอยสังเกตและระวังเด็ก ซึ่งอาจซุกซน ปีนป่าย ก็ต้องเอื้อมมือไปดูแลเด็กเป็นระยะ ซึ่งจะเสียสมาธิและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมาก, อุ้มเด็กนั่งตักขับรถ ก็ไม่ควรทำ เพราะสมาธิจะอยู่กับเด็ก และบังคับพวงมาลัยรถไม่ถนัด อีกทั้งเด็กอาจนั่งบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง ยิ่งถ้าเด็กซน หมุนหรือแย่งพวงมาลัย ขยับคันเกียร์เล่น จะยิ่งเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และหากเกิดอุบัติเหตุเด็กก็อาจพุ่งออกนอกรถ อาจได้รับอันตรายร้ายแรง

นำสัตว์เลี้ยงขึ้นรถไปด้วยตามลำพัง นี่ก็ไม่ควร นี่ก็ทำให้เสียสมาธิในขณะขับรถได้ง่าย ๆ ด้วยเหตุผลหรือหลักการคล้าย ๆ กับกรณีพาเด็กเล็กไปด้วยตามลำพัง อีกทั้งกับสัตว์ยิ่งเสี่ยง เพราะมักตื่นตกใจง่าย อาจกระโจนใส่ผู้ขับขี่จนเกิดอุบัติเหตุ

ดูโทรทัศน์ดูหนัง ระหว่างขับรถก็ไม่ควร ซึ่งข้อมูลโดย ปภ. ระบุไว้ว่า… แสงสว่าง เสียง ภาพเคลื่อนไหว จะดึงดูดผู้ขับขี่ให้ละสายตาจากถนน ซึ่งแม้ผู้ขับขี่จะไม่ดู แต่สมาธิในการขับรถก็ถูกรบกวนได้ และก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้, ฟังเพลงนี่ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นอะไร หรือบางคนก็ใช้วิธีนี้แก้ง่วงขณะขับรถ แต่จริง ๆ แล้วควรจะง่วงไม่ขับ ซึ่งเนื้อเพลง จังหวะเพลง การโยกตัวโยกหัวขยับมือแขนขาตามจังหวะเพลง หรือเปลี่ยนคลื่นเปลี่ยนเพลง ก็ทำให้ผู้ขับขี่ขาดสมาธิได้ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ และถ้าเปิดเพลงดัง ๆ ยังทำให้ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติของรถ เสียงบีบแตรของรถคันอื่น อาจเกิดเหตุฉุกเฉินแล้วแก้ไขไม่ทันสถานการณ์

นอกจากนี้ มองป้ายข้างทาง ก็เช่นกัน ซึ่งเพียงชั่วครู่ก็เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้, สูบบุหรี่ ซึ่งไม่ขับรถก็ไม่ควรอยู่แล้ว ยิ่งระหว่างขับรถยิ่งไม่ควร โดยการจุดบุหรี่ สูบบุหรี่ คีบบุหรี่ ล้วนทำให้ขาดสมาธิในการขับรถได้, ค้นหาสิ่งของหรือหยิบสิ่งของนี่ก็ด้วย ก็ทำให้เสียสมาธิขับรถ อาจจะทำให้เผลอปล่อยพวงมาลัย เหยียบคันเร่ง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าร้อยละ 50

ผู้ขับขี่ควรมีสมาธิในการขับรถ และให้ความสนใจเหตุการณ์หรือปัจจัยแวดล้อมที่กระทบต่อความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรม หรือใช้อุปกรณ์อื่นใด ที่ต้องละสายตาจากการมองเส้นทางหรือปล่อยมือจากพวงมาลัย เพราะจะส่งผลต่อการบังคับพวงมาลัย การใช้ความเร็ว การมองเห็นป้ายจราจร ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากขึ้น โดยเฉพาะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน” …นี่เป็นอีกส่วนจากข้อมูลโดย ปภ. เกี่ยวกับการ “เสียสมาธิในการขับรถ” ที่ก็ถือเป็น “สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ไม่ควรมองข้าม!!

ทั้งนี้ มาถึงบรรทัดนี้ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ก็ขอร่วมย้ำเตือนว่า… “อุบัติเหตุทางถนน-อุบัติเหตุทางรถยนต์” นั้น กับรถที่ไม่ใช่รถใหญ่ ๆ ไม่ใช่รถบัส-รถโดยสาร กับ “รถเล็ก ๆ”ไม่ว่าจะมอเตอร์ไซค์ รถกระบะ-รถเก๋ง “ก็เสี่ยง…ถ้าประมาท”

ระหว่างที่ขับขี่รถ” หากว่า “ขาดสมาธิ”

ก็ไม่ต่างจากการ “ขาดความปลอดภัย”

ย้ำว่า “สูญเสียร้ายแรงได้ในพริบตา!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์