ทั้งนี้ กระแส “วิพากษ์ฮีโร่” ในสังคมไทยเริ่มมีอื้ออึงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม นอกจากคำถาม-ปุจฉาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในอีกมุมก็น่าสนใจในแง่ “ปรากฏการณ์สังคม” ที่ตอนนี้ในไทยมี“เทรนด์โหยหาฮีโร่”พร้อม ๆ ไปกับการมีปุจฉาฮีโร่บางคนในยุคนี้

กระแสเกี่ยวกับ “ฮีโร่” ได้ย้อนกลับมาเป็น “กระแสฮิต” ในสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง หลังจากในอดีตนั้นในไทยก็เคยเกิด “กระแสคลั่งไคล้ฮีโร่” มาแล้วหลาย ๆ ครั้ง อาทิเช่น… จากกรณีของนักร้องชื่อดัง อย่างกรณีของ “ตูน บอดี้สแลม” ที่ลุกขึ้นมาก่อตั้งโครงการหาทุนสนับสนุนโรงพยาบาลด้วยการวิ่ง ซึ่งเกิดเสียงชื่นชมอย่างเซ็งแซ่ และนักร้องคนดังกล่าวก็ได้ถูกยกย่องจากสังคมไทย-จากคนไทย ว่าเป็น… ฮีโร่ตัวจริง” ที่มีอยู่ในชีวิตจริง ๆ ที่ไม่ใช่ฮีโร่ที่ต้องมีพลังวิเศษเหมือนกับในภาพยนตร์ ในละคร หรือในการ์ตูน โดยในปัจจุบันดูเหมือน “กระแสโหยหาฮีโร่” จะหมุนย้อนกลับมาเป็น “เทรนด์ฮิต” อีกครั้ง โดยที่…

ก็มี “ฮีโร่ยุคใหม่” ปรากฏตัวขึ้นมาก

ที่ต่างชูธงเพื่อ “ช่วยผู้คนช่วยสังคม”

แตกต่างกันตามสไตล์” ฮีโร่แต่ละคน

รศ.ดร.พรรณระพี สุทธิวรรณ

ทั้งนี้ “กระแสฮีโร่” ตอนนี้ เป็นทั้ง “ปรากฏการณ์สำคัญทางสังคม” และก็ “สะท้อนภาพจิตใจคนไทยยุคปัจจุบัน” ได้ด้วย โดยเรื่องนี้มีข้อมูลที่ รศ.ดร.พรรณระพี สุทธิวรรณ ผู้อำนวยการ ศูนย์ Life Di อาจารย์ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิเคราะห์-สะท้อนผ่านบทความไว้ทาง www.chula.ac.th โดยเป็นการหยิบยก “กรณีศึกษา ตูน บอดี้สแลม” ที่ครั้งหนึ่งทำให้เกิด “กระแสฮีโร่” ซึ่งทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูลดังกล่าว ที่ฉายภาพไว้อย่างน่าสนใจ…

รศ.ดร.พรรณระพี ผอ.ศูนย์ Life Di และอาจารย์คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ได้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า… โดยการรับรู้ทั่วไปแล้วนั้น “ฮีโร่” จะเป็นคำที่ใช้เรียกคนที่ต้องการ “ช่วยเหลือผู้อื่น” หรือคนที่ใช้ความสามารถกับศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่เพื่อ “ช่วยเหลือผู้คนหรือสังคม”ซึ่งสำหรับ “ลักษณะเด่น” ของคนที่จะเป็นฮีโร่ มักต้องมีองค์ประกอบ เช่น มีความกล้าหาญ ความเสียสละ หรือมีศรัทธาแรงกล้า เป็นต้น …นี่เป็นนิยามโดยสังเขปของ “คนที่จะเป็นฮีโร่”

อย่างไรก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าฮีโร่ทุกคนจะสามารถทำให้สังคมเกิดกระแสหรือเห็นด้วยกับแนวทางของฮีโร่ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะการจะทำให้เกิด Impact” หรือ “ผลกระทบเชิงบวก” ได้ ก็ต้องมี “องค์ประกอบสำคัญ” นั่นคือ… ทำเพื่อช่วยเหลือไม่ใช่เสแสร้ง” จึงจะชักจูงให้สังคมตอบสนองจนเกิดพลังเชิงบวก หรือแรงบันดาลใจร่วมกันจนอยากสนับสนุนภารกิจของฮีโร่ และการจะได้ชื่อหรือมีคนยอมรับให้เป็น “ฮีโร่” ได้นั้น ก็ต้อง “กล้าเสี่ยงที่จะถูกด่า”และเป็นคนที่ “สามารถแยกแยะได้”อะไรดี-ไม่ดี หรือเหมาะสม-ไม่เหมาะสม รวมถึง“ตั้งมั่นในสิ่งที่ทำ”โดยไม่สนใจคำชมและเสียงวิพากษ์วิจารณ์

ทาง รศ.ดร.พรรณระพี ยังระบุไว้ในบทความอีกว่า… ถ้าเทียบอดีตกับปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าการเป็นฮีโร่ในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะสังคมไทยเป็นสังคม Collectivism หรือ “สังคมรวมหมู่” ทำให้การจะมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งลุกขึ้นมาประกาศต่อสังคมเกี่ยวกับการสร้างความเปลี่ยนแปลง จึงหลีกเลี่ยงที่จะ “ถูกคนอื่นหมั่นไส้” ไม่ได้

ดังสำนวนที่ว่า… จงทำดีอย่าทำเด่นจะเป็นภัย” ที่สามารถสะท้อนภาพสังคมไทยได้ตรงมาก ทั้งนี้ก็เพราะฮีโร่ในสังคมไทยมักเป็นคนกลุ่มเล็ก ๆ ไม่กี่คน ซึ่ง ตรงกันข้ามกับ “ฮีโร่ในสังคมตะวันตก” ที่เป็นสังคมแบบปัจเจกบุคคล หรือ Individualism โดย ฮีโร่สังคมตะวันตกมักเป็นคน “ไม่สนไม่แคร์ว่าจะเด่นดังหรือไม่แต่จะโฟกัสสิ่งที่ทำ” มากกว่า

ขณะที่ “ปุจฉา” ที่ว่า…การที่ “สังคมโหยหาฮีโร่” สามารถสะท้อนอะไรออกมาได้?? เรื่องนี้ รศ.ดร.พรรณระพี ระบุไว้ว่า… การที่ไทยมีลักษณะเป็นสังคมแบบรวมหมู่ หรือเป็นสังคมแบบ Collective ทำให้คน ๆ หนึ่งจะลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างได้ไม่ง่ายนัก จึงทำให้ “จุดเด่นของฮีโร่ไทย” ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ต้องเข้มแข็งทั้งกายและใจ และจากกระแสที่คนโหยหาฮีโร่นั้น กรณีนี้ก็อาจสะท้อนได้ว่าเพราะผู้คนอาจจะกำลังรู้สึกถึงความไม่มั่นใจ หรือรู้สึกถึงความไม่มั่นคงปลอดภัย รวมถึงอาจกำลังผิดหวังกับบางสิ่งบางอย่างในสังคมจนทำให้คนส่วนใหญ่ในสังคม “ต้องการฮีโร่เพื่อมาช่วยกอบกู้”

ในภาษาจิตวิทยาเราจะเรียกว่า Sense of Control หรือความต้องการความสงบสุข ซึ่งสิ่งนี้จะหายไปถ้าเราควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ และเมื่อคนรู้สึกไม่มั่นคง ไม่มั่นใจ ก็จะเกิดการโหยหาเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งการมองหาฮีโร่มาช่วยก็เป็นรูปแบบหนึ่งเช่นกัน” …เป็นคำอธิบายไว้โดยอาจารย์ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ รศ.ดร.พรรณระพี สุทธิวรรณ ผอ. ศูนย์ Life Di ระบุไว้ด้วยว่า… กระแสโหยหายฮีโร่ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยนำผู้คนไปยังจุดมุ่งหมายที่ดี อย่างไรก็ตาม แต่กระนั้นก็ต้องระมัดระวัง และควรที่จะต้องพิจารณาให้ดี ๆ เพราะถ้าคนที่คิดว่าเป็นฮีโร่ คนที่สังคมใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ปรากฏว่ากลายเป็นคนไม่ดี หรือทำเพราะมีวัตถุประสงค์บางอย่างซ่อนเร้น ก็จะนำพาสังคมดิ่งลงเหวได้…เป็นทิ้งท้าย “น่าคิด” ในบทความวิชาการ เกี่ยวกับ “ปรากฏการณ์ฮีโร่”

ฮีโร่”กำลังเป็น “เทรนด์ไทยยุคใหม่”

แต่ “กระแสฮีโร่” ยุคนี้ก็ “มี 2 แง่มุม”

ทั้ง “มุมชื่นชม” และ “มุมตั้งคำถาม?”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์