ทั้งนี้เกี่ยวกับเรื่องนี้กรณีนี้ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ได้สะท้อนข้อมูล-สะท้อนแง่มุมไปแล้วบางส่วน และสำหรับในตอนนี้จะชวนดูแง่มุมเกี่ยวกับ “สัตว์แปลก” ซึ่งสัตว์กลุ่มนี้ ก็นิยมเลี้ยงกันไม่น้อยในกรุงเทพฯ…
ในกรุงฯ จะมี “กฎใหม่คุมสัตว์เลี้ยง”
ลองมาดู “มุมมองผู้เลี้ยงสัตว์แปลก”
แต่ก่อนอื่นขอปูพื้น“ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมและปล่อยทิ้งสัตว์ พ.ศ. 2567”โดยสังเขปซึ่งจากที่ทางกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. เผยแพร่สาระสำคัญไว้ ก็มีอาทิ… ควบคุมจำนวนสัตว์เลี้ยงตามประเภทและพื้นที่ โดยที่… สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ขนาดใหญ่ เช่น วัว เลี้ยงได้ 1 ตัว ต่อพื้นที่ 50 ตร.ว., สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ขนาดเล็ก เช่น แพะ แกะ เลี้ยงได้ 3 ตัว ต่อ 50 ตร.ว., สัตว์ปีก ขนาดใหญ่ เช่น นกกระจอกเทศ เลี้ยงได้ 1 ตัว ต่อ 50 ตร.ม., สัตว์ปีก ขนาดเล็ก เช่น นก เลี้ยงได้ 5 ตัว ต่อ 1 ตร.ม. ซึ่งสำหรับไก่ เป็ด ห่าน เลี้ยงได้ 1 ตัว ต่อ 4 ตร.ม. และโฟกัสที่สุนัขและแมว กรณีเป็นอาคารชุดหรือห้องเช่า พื้นที่ 20-80 ตร.ม. เลี้ยงได้ 1 ตัว, พื้นที่ 80 ตร.ม. ขึ้นไป เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว ส่วนกรณีเป็นที่ดิน ไม่เกิน 20 ตร.ว. เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว, ไม่เกิน 50 ตร.ว. เลี้ยงได้ไม่เกิน 3 ตัว, ไม่เกิน 100 ตร.ว. เลี้ยงได้ไม่เกิน 4 ตัว, 100 ตร.ว. ขึ้นไป เลี้ยงได้ไม่เกิน 6 ตัว

สุทธิลักษณ์ นากผสม
ตามข้อบัญญัติฯ เจ้าของสัตว์มีหน้าที่ฝังไมโครชิปและจดทะเบียนสัตว์ ต้องดูแลสัตว์อย่างเหมาะสม ควบคุมไม่ให้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญหรืออันตราย การนำสัตว์ออกนอกสถานที่ต้องควบคุมด้วยสายจูง หรืออยู่ในกรง ต้องเก็บสิ่งปฏิกูลที่สัตว์ขับถ่ายในที่สาธารณะให้เรียบร้อย ห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ในที่/ทางสาธารณะ เว้นแต่เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น การรักษา การย้ายถิ่น การกุศล โดยข้อบัญญัติฯ ครอบคลุมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์มีพิษหรือสัตว์อันตราย …ส่วน “สัตว์แปลก-สัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ”ทางผู้เลี้ยงดูจะยังไม่เคลียร์??
ทั้งนี้ สำหรับ “มุมมองผู้เลี้ยงสัตว์แปลก”ที่มีต่อ “ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมและปล่อยทิ้งสัตว์ พ.ศ. 2567”นั้น… สุทธิลักษณ์ นากผสม นายก สมาคมผู้นิยมสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ (Thailand Exotic Pet Keepers Association) สะท้อนกับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาว่า… คนที่เลี้ยงสัตว์จะต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ก็เห็นด้วยกับการมีข้อบัญญัตินี้ ที่เป็นการจัดระเบียบสัตว์เลี้ยง เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์เลี้ยงหรืออย่างการจำกัดพื้นที่เลี้ยง ก็เพราะบางบ้านเลี้ยงไว้เป็นจำนวนมากแล้วสร้างความเดือดร้อนรำคาญทั้งเสียงและกลิ่น ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสาธารณสุข
“กฎหมายนี้ ก็เห็นด้วย แต่ก็ควรมีรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้มีความชัดเจน… ต้องรับฟังผู้ที่จะมีผลกระทบ ผู้ที่ต้องใช้ข้อระเบียบต่าง ๆ เพื่อทำให้มีความชัดเจนครอบคลุม ให้คนเลี้ยงสัตว์ใช้ระเบียบได้จริงและมีความเข้าใจ”

นอกจากนี้ สุทธิลักษณ์ ยังระบุว่า… กฎหมายนี้ มองว่า มีความทับซ้อนกับกฎหมายอื่นหลายฉบับ?? อย่างเช่น พ.ร.บ.อาคารชุด ห้ามเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นระเบียบของอาคารชุดที่มีสิทธิที่จะกำหนดระเบียบไม่ให้เลี้ยงสัตว์ แต่ กทม. ออกข้อบัญญัติว่าเลี้ยงได้โดยจำกัดตามพื้นที่ อย่างห้องเช่าหรืออาคารชุด คอนโดมิเนียม ขนาดพื้นที่ 20-80 ตร.ม. เลี้ยงได้ 1 ตัว ขนาดพื้นที่ 80 ตร.ม. ขึ้นไป เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว “แบบนี้จะเป็นปัญหาหรือไม่?? รวมทั้งจะมีคนอีกประเภท ที่มีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง แต่ไม่อยากขึ้นทะเบียน เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมาก็บอกว่าไม่ใช่ของตัวเอง หากเจอแบบนี้จะทำยังไง??”
นายกสมาคมผู้นิยมสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษยังระบุอีกว่า… การเลี้ยงสัตว์ในไทยนั้นมันกว้าง และมีหลายกลุ่มที่เลี้ยงสัตว์ ที่มีกฎหมายหลายฉบับที่ใช้ควบคุมอยู่แล้ว อย่างกลุ่ม “สัตว์แปลก” ก็มีการขึ้นทะเบียนไว้กับทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีกฎหมายเพาะพันธุ์ของกรมอุทยานฯ ควบคุมอยู่แล้ว ถ้าเป็นฟาร์ม มีพื้นที่ ก็ขออนุญาตเพาะพันธุ์ได้
“แล้วกลุ่มที่ไม่ได้ทำฟาร์ม แต่ชอบเลี้ยงสัตว์แปลกชนิดพันธุ์ต่าง ๆ บางจำพวกอย่างพวกแพรรีด็อก แรคคูน ขนาดก็ใกล้เคียงกับแมว แบบนี้จะเข้าข่ายข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ของทาง กทม. หรือไม่??”
ทาง สุทธิลักษณ์ ระบุด้วยว่า… “สัตว์แปลก” ก็มี พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ควบคุมการครอบครองและการเพาะและค้าอยู่แล้ว โดยกรมอุทยานฯ จะตรวจเอกสารของสัตว์ว่าถูกต้องหรือไม่ รวมถึงตรวจบ้านหรือสถานที่เลี้ยงว่าเหมาะสมหรือไม่ ถูกสุขลักษณะหรือไม่ กรงเลี้ยงแข็งแรงหรือไม่ จะสร้างความเดือดร้อนรำคาญรบกวนผู้อื่นหรือไม่ …เหล่านี้มีการตรวจควบคุมอยู่แล้ว ส่วนอีกกลุ่มคือ “สัตว์นำเข้า” แต่ไม่ได้อยู่ในรายการสัตว์ควบคุม ที่เรียกว่า “สัตว์นอกบัญชี”ซึ่งสามารถเลี้ยงเพาะค้าเสรี “ถ้าบ้านที่เลี้ยงอยู่ในกรุงเทพฯ กฎหมายที่ กทม. ออกนั้นจะเข้ามาควบคุมด้วยหรือไม่??”…นี่เป็นอีกปุจฉา
และทิ้งท้าย ทางนายกสมาคมผู้นิยมสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษระบุถึงข้อบัญญัติของทาง กทม. ที่ใกล้จะมีผลบังคับใช้ว่า… ดูจะไม่ค่อยชัดเจนเกี่ยวกับ “สัตว์เลี้ยงประเภทสัตว์แปลก” ซึ่งควรจะมีจุดที่เหมาะสมและชัดเจน ควรจะดูด้วยว่าต้องทำอย่างไรกฎระเบียบใหม่จะใช้ร่วมกับกฎที่มีอยู่เดิมได้ โดยที่สำคัญคือต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน และชัดเจน“ถ้าไม่ชัดเจน ก็จะตกอยู่ในดุลพินิจเจ้าหน้าที่ นี่เป็นสิ่งที่กลัวกันที่สุด เพราะจะมีการชี้แบบไหนก็ไม่รู้ จึงอยากจะให้มีความชัดเจนจริง ๆ…
เพราะถ้ากฎหมายขาดความชัดเจน…
ผู้เลี้ยงสัตว์แปลกอาจเดือดร้อน??”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



