การเมืองช่วงนี้เข้าตำราคุณพระยังช่วยไม่ได้ แม้วงการสงฆ์จะมีเหตุเป็นข่าวดัง จาก “มารศาสนา พิฆาตสงฆ์” สวมบทล่อพระถอดผ้าเหลือง เป็นข่าวฉาวโฉ่จนมีการสึกพระชั้นผู้ใหญ่ไม่น้อยกว่า 10 รูป เขย่าวงการสงฆ์อย่างหนัก ฉุดศรัทธาพุทธศาสนิกชน
แต่ปัญหานี้เหล่าชาวพุทธต้องตั้งสติหาทางแก้ปัญหาด้วยการบูรณาการข้อกฎหมายให้ชัด ควรงัดบทลงโทษทางโลก ให้คืบคลานเข้าไปสู่วงการสงฆ์ไทยได้แล้วต้องดำเนินการทั้งพระธรรมวินัย และคดีอาญา ใส่ควบคู่กันไป เพื่อชำระล้างวงการสงฆ์ ทำให้พระพุทธศาสนาใสสะอาด เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนต่อไป
ขณะที่วงการเมืองยังร้อนฉ่ากับสภาพ “รัฐบาลแพทองธาร ½” ที่เจอสารพัดปัญหารุมเร้า แม้จะดูเหมือนตั้งหลักได้บ้าง โดยการใช้วาระแรกในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม. แพทองธาร ½ ) เข็นนโยบายเรือธง ให้มีผลบังคับใช้ทั้งโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย นโยบายค่าแรง 400 บาท ในกทม. และบางพื้นที่ นอกจากนี้บรรดาคณะรัฐมนตรีรุ่นใหม่ไฟแรง เตรียมปั่นผลงานกันรัวๆ
แต่ก็ต้องลุ้นว่าจะทันกาลหรือไม่ เพราะเป็นที่รู้กันว่าเส้นตาย “นายกฯอิ๊งค์”น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ รอเพียงศาลธรรมนูญนัดชี้ขาดในคดีคลิปเสียงบทสนทนา “อังเคลิ ฮุนเซน” สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ 36 สว.ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่ซื่อสัตย์สุจริต เข้าข่ายให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
หลายคนมองว่าการเมืองจะถึงทางตัน จนมีการพูดโมเดลนายกฯชั่วคราวแต่ล่าสุด “พ่อใหญ่ทักษิณ ชินวัตร” ที่ก่อนหน้านี้ หลบมุมซุ่มอยู่ในบ้านจันทร์ส่องหล้า ในช่วงคลิปเสียง “อังเคิล ฮุนเซน” ร้อนแรงได้ออกมาเปิดฟลอร์จ้อป้องลูกน้อยหอยสังข์ในทุกมิติ ส่งสัญญาณลูกค้าใครอย่าแตะ
ทั้งมั่นใจว่า “ลูกน้อยแพทองธาร” จะไม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญฟัน เพราะลูกสาวทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ จุดประสงค์ในการคุยกับ “อังเคิล ฮุนเซน” ทำไปเพื่อแก้ปัญหาชายแดนให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน
ส่วนศึกภาษีทรัมป์ ที่ร่อนจดหมายเก็บภาษีไทย 36% ทางคณะผู้แทนไทยสู้ไม่ถอย โดยจะยื่นข้อเสนอและพร้อมขอเจรจาใหม่

ขณะที่ศึกเสียงพรรคร่วมรัฐบาลยังปริ่มน้ำ ก็มั่นใจว่าเสถียรภาพยังแน่นปึก แม้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดดยกโขย่งไปเป็นฝ่ายค้านน้องใหม่ และทำตัวเป็นคู่แค้นออกมาแฉว่า “ผู้นำจีน” เคยเตือนเมื่อครั้งการประชุมระดับผู้นำของทั้ง 2 ประเทศระหว่าง นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่ไทยมีกฎหมายเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ โดยมีกาสิโนเข้าไปอยู่ด้วย และขอให้ยกเลิกนโยบายนี้ มิฉะนั้นรัฐบาลจีนมีความจำเป็น ที่จะต้องออกมาตรการต่างๆที่จะทำให้คนจีนและกิจการต่างๆของจีนปรับท่าทีต่อการท่องเที่ยว รวมไปถึงท่าทีต่อการค้าและการลงทุนกับไทยให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ทันทีที่มีการบรรจุเข้าวาระสภาส่งผลการหายไปของนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนกว่าร้อยละ 90 ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย
“นายกฯอิ๊งค์” สวนหมัดตอกใส่ “อาหนู” ทันที เพึ่งออกไปจากมท.1 ไม่นานก็ลืมเสียแล้วว่าเหตุผลที่นักท่องเที่ยวจีนไม่มาเมืองไทย เพราะเรื่องความปลอดภัย เรื่องคอลเซ็นเตอร์ เรื่องตัดน้ำตัดไฟ พอจะตัดก็ตัดยากต้องสั่งแล้วสั่งอีก ไม่ทราบว่าได้จดไว้หรือเปล่า “ขอให้ประชาชนสังเกตได้เลย เอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ ประชาชนก็ทราบดีติดขัดกับทางพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่อยากให้ทำเป็นกฎหมายพิเศษ อยากให้เป็นกฎหมายแค่เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ไม่มีกาสิโนแล้วใครจะมาลงทุน”
ด้าน “พ่อใหญ่ทักษิณ” ถือหางหนุนให้เดินหน้าต่อ แม้ต้องพักรบชั่วคราวด้วยการที่ครม.ถอนร่างเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ หรือสถานบันเทิงครบวงจรออกมาจากสภา เพื่อหลบลมร้อนไปก่อน
แถม“ทักษิณ”ยังประกาศชัดเจนว่าตัวเองยังอยู่ ไม่ได้ไปไหน และมั่นใจว่าการเมืองไม่ถึงทางตัน การที่มีคนออกมาพูดถึงนายกฯชั่วคราว เป็นเพราะนักการเมืองไทยหลายคนอยากเป็นนายกฯเอง
แต่ถ้าถึงเวลานั้นตอนนี้ก็ได้เตรียมทางรอด ผ่าทางตันไว้แล้ว โดยหาก “นายกฯอิ๊งค์” รอดจากคดีศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็เดินหน้านโยบายต่อไปยาวๆ หากไม่รอดก็เตรียมไว้ 2 ทางออก คือ ดัน “ชัยเกษม นิติสิริ” ขึ้นเป็นนายกฯแทน และ สุดท้ายถ้าเข็นไม่ได้จริงๆ ยุบสภาคือทางออกสุดท้าย ขอปักธงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งใหม่ปิดทางนายกฯชั่วคราวใครฝันอยู่ก็ฝันค้างไปก่อน

เกมรุกของพรรคเพื่อไทยยังเดินหน้าต่อดูได้จาก มติสภาในกรณีที่ถอนร่างเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ด้วยคะแนนเสียง 253 ต่อ 66 เสียง ในนั้นมีงูเห่าจากพรรคภูมิใจไทย 3 คน คือ “ชูกัน กุลวงษา” ส.ส.นครพนม “ประภา เฮงไพบูลย์”สส.กาฬสินธุ์ และ “อรอุมา บุญศิริ” ส.ส.บึงกาฬ ถือเป็นเกมเอาคืน ตบหน้าพรรคภูมิใจไทย
งานนี้ “นายใหญ่ทักษิณ”ได้ที่เดินเกมเย้ยกรณีงูเห่าโผล่โหวตเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ คำพูดที่ว่า “ฉันเปล่านะ เขามาเอง” พร้อมบอกเป็นคีย์เดียวกับลูกสาว ถ้าจะสร้าง“เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมแพล็กซ์” ที่ไม่มีกาสิโนก็ให้บริษัทชิโนไทยไปลงทุนได้เลยถ้าทำได้
เรื่อง “ร้าย ร้าว” ทั้งหมดที่ผ่านมายังไม่รวมกับศึกล้างบางอาณาจักรสีน้ำเงินทั้งคดีฮั้วเลือกตั้งสว.ที่ขมวดปมอาจถึงขั้นยุบพรรคภูมิใจไทย เพราะมีทั้งคลิปเสียงเส้นเงินเชื่อมโยงถึง หัวหน้าพรรค ครูใหญ่เซาะกราว เนวิน ชินชอบ และแกนนำทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน
แต่ที่เห็นผลทันตาคือข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ทันทีที่ “เดอะอ้วน”ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายฯและรมว.มหาดไทย เปลี่ยนหัวโขนมาคุมงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะกระทรวงคลองหลอดสะเทือนเลื่อนลั่นทันที
ครม.นัดแรกที่“เดอะอ้วน” รักษาการณ์แทนนายกฯก็เห็นชอบเด้ง 2 อธิบดี ‘ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) และ นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) พร้อมส่ง “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นั่งอธิบดีปค. และตั้ง “ภพชนก ชลานุเคราะห์” ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี คุมสถ.แทน แถมยังประกาศยังมีบัญชีโยกย้ายต่ออีก ถ้าสั่งแล้วยังไม่สนองนโยบายรัฐบาลเตรียมตัวไว้เลย
งานนี้ “เดอะอ้วน” ทำเร็วเชือดให้เห็นเป็นตัวอย่าง ยืนยันไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ไม่เกี่ยวว่าเป็นคนของใคร เพราะเคยบอกแล้วว่า เมื่อตนมาทำงาน นับจากวันนี้ถ้าทำงานก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าไม่ทำงานหรือทำแล้วไม่ได้ผล โดยเฉพาะเรื่องสำคัญอย่างยาเสพติด ซึ่ง Seal Stop Safe เข้าสู่ช่วงที่ 2 กำลังจะเข้าช่วงที่ 3 เพราะฉะนั้นไม่ต้องรอจนจบ อะไรที่เห็นว่าไม่ได้ปฏิบัติตามก็ดำเนินการ
สวมบทเข้มเด็ดขาด พร้อมขู่เสร็จสรรพ ขณะนี้ก็มีลิสต์อยู่ว่าคนไหนบ้างที่ไม่ปฏิบัติตาม ไม่ว่าสีใด แต่เป็นทุกสีที่หากเข้าไปถามแล้วยังไม่เจอว่ามีอะไรคืบหน้าเป็นปัญหาแน่นอน ตรงไหนที่เป็นปัญหาถ้าตนไปแล้วเจอก็ดำเนินการ
เป็นเกมร้อนที่เอาคืนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เพิ่มเกมร้าว เปิดศึกกันเต็มสูบ
ในระยะยาว ต้องจับตาดูว่ารัฐจะไปรอดหรือไม่ เพราะดูแรงเคลื่อนของบรรดาพรรคการเมืองต่างซอยเท้าเกร็งข้อสอบว่า ภายใน 3-6 เดือน อาจจะต้องลงสู่สนามเลือกตั้งอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐเครื่องร้อนกว่าใครประกาศเตรียมว่าที่ผู้สมัครสส. ที่มาจากพรรคเพื่อไทย 21 คนลงแข่งสนามเลือกตั้งครั้งใหม่ไว้แล้ว ถือเป็นเกมล้วงคองูเห่า งานนี้วงในบอกว่า “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ สู้เต็มที่คงต้องดูว่า “นายใหญ่ทักษิณ กับ ลูกน้อยแพรทองธาร” จะดิ้นสู้ศึกเฮือกสุดท้ายไปได้อย่างไร
นาทีนี้ใครจะอยู่ใครจะไป เหลี่ยมใครดีกว่ากันอีกไม่นานก็จะได้รู้ผล กระดานการเมืองบนเกมอำนาจ



